ไวทอลแม็กซ์ สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะเพศไม่พอ

ไวทอลแม็กซ์  สาเหตุส่วนใหญ่เกิดจากการที่เลือดไปเลี้ยงที่อวัยวะเพศไม่พอ ความเครียด อาการเจ็บป่วย โรคอ้วน อาหารการกิน ฯลฯ เหล่านี้ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่จะนำไปสู่อาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ทั้งสิ้น เมื่อรู้อย่างนี้แล้ว การแก้ไขปัญหาระยะยาวคือ ควบคุมปัจจัยเหล่านี้เสียก่อนที่มันจะพรากความสุขของคุณไป เริ่มง่ายๆจากการรับประทาน ควรทานอาหารอย่างไร เพื่อไม่ให้ตกอยู่ในกลุ่มเสี่ยงที่จะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ในอนาคต ไวทอลแม็กซ์.

ไวทอลแม็กซ์

ไวทอลแม็กซ์

ลดอาหารที่มีไขมันสูง
ไขมันที่ทำให้คุณอ้วน รูปร่างที่ไม่โสภา แต่งตัวเสื้อผ้าก็หายาก ไม่แค่นั้น ไขมันยังทำให้ระดับฮอร์โมนเพศของคุณผู้ชายขึ้นสูง ส่งผลให้ร่างกายของคุณอ่อนแอได้ง่าย เชื่อไหมว่า ระดับฮอร์โมนทางเพศมีความสัมพันธ์กับการเกิดมะเร็งที่ต่อมลูกหมากได้ง่าย นั่นเพราะไขมันที่ไปอุดตันตามร่างกายทำให้เลือดลมเดินไม่ดี การที่อวัยวะเพศของคุณผู้ชายจะทำงานได้ปกติคือเลือดต้องหล่อเลี้ยงลงไปที่ลูกอัณฑะได้ตามปกติ ไม่มีตัวกั้นที่ทำให้การหลั่งของเลือดติดขัด

 

อ้วนทำให้เหนื่อยง่าย หัวใจที่ต้องการเซ็กซ์ก็ต้องหลั่งด้วยเลือด เมื่อความอ้วนทำให้ความต้องการทางเพศลดลง ไขมันอุดตันมากขึ้น ส่งผลให้ร่างกายคุณอ่อนแอ คุณผู้หญิงที่ทานอาหารประเภทไขมันเยอะสามารถทำให้เป็นโรคมะเร็งเต้านมได้เช่นกัน ข้อมูลเพิ่มเติมจากนักวิจัยสุขภาพคือ อาหารประเภทเนื้อสัตว์ โดยเฉพาะเนื้อแดงจะมีไขมันแทรกอยู่ไม่น้อย ควรเลือกทานอย่างระมัดระวังอย่าทานมากเกินไป ควบคุมอาหารระวังอย่าให้อ้วน เพราะอายุที่มากขึ้นการเผาผลาญในร่างกายก็ลดน้อยลงไวทอลแม็กซ์

 

ลดอาหารประเภทแป้ง ทานผัก ผลไม้ ถั่วเหลืองช่วยได้
คุณทราบหรือไม่ว่า ถั่วเหลืองสามารถช่วยชะลอความรุนแรงของมะเร็งได้ โดยเฉพาะมะเร็งที่ต่อมลูกหมาก เพราะถั่วเหลืองมีโปรตีนที่มีคุณค่าเป็นฮอร์โมนพืชที่เรียกว่า “ไฟโตเอสโตรเจน” (phytoestrogen) โปรตีนที่ได้มาจากฮอร์โมนไฟโตเอสโตรเจนสำหรับผู้ชาย ช่วยทำให้สมดุลในร่างกายของคุณผู้ชายคงที่ ปรับฮอร์โมนให้นิ่งและไม่เยอะเกินไป คุณควรเลือกทานผัก ผลไม้ และเมล็ดธัญพืชต่างๆ โดยนักวิจัยทั่วโลกต่างก็ยืนยันให้เราทราบอยู่แล้วว่า ผัก ผลไม้ ช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้โดยเฉพาะที่อุดมด้วยสารแคโรทีนอยด์ มักจะได้จากผักผลไม้ที่เป็นสีแดง สีเหลือง มีอยู่ในส้ม แครอต ฟักทอง และผักคะน้าด้วยเช่นกัน ส่วนในธัญพืช ถั่วเมล็ดแห้งต่างๆ จะมีสารไอโซฟลาโวนอยด์สูง สามารถช่วยลดหรือต้านโรคมะเร็งได้ไวทอลแม็กซ์

 

ทานมะเขือเทศเยอะได้ยิ่งดี จะเป็นมะเขือเทศที่ผ่านความร้อนจากการปรุงอาหารก็ได้ เพราะมะเขือเทศที่ผ่านการปรุงโดนความร้อนจะปล่อยสารไลโคตีนออกจากผนังเซลล์ได้ดีมากกว่ามะเขือเทศดิบ ช่วยให้ร่างกายของเราดูดซึมได้ดี ต่อต้านมะเร็งได้มากขึ้นไวทอลแม็กซ์

กินอย่างไร “น้องชาย” ไม่เสื่อม

ลดอาหารที่มีรสชาติเค็ม
อาหารที่มีลดชาติเค็ม อยู่ในกลุ่มอาการที่มีโซเดียมสูง สามารถทำให้ร่างกายคุณสูญเสียแคลเซียม เนื่องจากอาหารที่รสชาติเค็มจะทำให้คุณปัสสาวะมากกว่าปกติ ทำให้น้ำที่หล่อลื่นในร่างกายลดน้อยลง ผิวจะกร้าน และทำให้กระดูกของคุณเปราะเร็วมากขึ้น คุณผู้ชายจึงควรลดอาหารที่มีลดชาติเค็ม ที่มีส่วนทำให้เกิดสารโซเดียม ยกตัวอย่างเช่น กลุ่มอาหารประเภทเกลือ ซีอิ๊ว น้ำปลา เต้าเจี้ยว แหนม ไข่เค็ม ปลาเค็ม เต้าหู้ยี้ และขนมขบเคี้ยวทอดกรอบต่างๆ

 

อาหารประเภทนี้จะทำให้คุณน้ำหนักตัวขึ้นง่าย มีพุงง่าย ของทอด แกงกะทิ ของมัน ขนมทานเล่นยิ่งเคี้ยวยิ่งเพลินนั่นแหละตัวดี อาหารที่กล่าวถึงเป็นกลุ่มอาหารที่มีแคลเซียมต่ำ ไม่ค่อยมีคุณค่า และทำให้ร่างกายเผาผลาญหนัก

 

ลดบุหรี่ กาแฟ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ในปริมาณที่มาก
โรคตับอ่อนอักเสบเฉียบพลัน โรคเบาหวาน โรคตับแข็ง โรคกระเพาะอาหารอักเสบแผลเกิดจากน้ำย่อย โรคต่อมหมวกไต โรคเกาต์ และโรคพิษสุราเรื้อรัง จุดสำคัญคือ การเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่จะเกิดขึ้นได้ตามมา หากร่างกายของคุณเป็นโรคต่างๆ ดังที่กล่าวข้างต้นนั้น โรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ จะถามหาคุณแน่นอนไม่ต้องห่วง เพราะธรรมชาติของสัตว์ และมนุษย์ที่เป็นสัตว์โลกชนิดหนึ่ง หากร่างกายไม่พร้อมจะสืบพันธุ์ เนื่องจากเป็นโรคต่างๆ มากมายจะทำให้อาการไม่แข็งตัวของอวัยวะเพศเกิดขึ้นได้อย่างแน่นอน

การหลีกเลี่ยงเหตุปัจจัยเสี่ยงต่างๆ โดยเฉพาะเหล้า บุหรี่ และอาหารที่มีไขมันสูง ควบคุมโรคที่เป็นอยู่แต่เนิ่นๆ เช่น เบาหวาน ความดันโลหิต บำรุงร่างกายให้แข็งแรง ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ลดภาวะความเครียด ทำจิตใจให้ผ่องใส และรักษาชีวิตครอบครัวให้เป็นสุขอยู่เสมอ รวมทั้งปรึกษาแพทย์เมื่อเริ่มมีอาการผิดปกติ เหล่านี้จะเป็นวิธีป้องกันไม่ให้เป็นโรคเสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ ไวทอลแม็กซ์.

 

 

Comments Off

Filed under Uncategorized

vitalmax ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรืออีดี (erectile dysfunction; ED)

vitalmax ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรืออีดี (erectile dysfunction; ED) คือภาวะที่ไม่สามารถคงการแข็งตัวขององคชาตได้หรือแข็งตัวอยู่ได้เพียงระยะสั้นๆ ซึ่งไม่เพียงพอที่จะทำให้เกิดความพึงพอใจในการมีเพศสัมพันธ์
ถึงแม้อีดีจะไม่ได้เป็นโรคร้ายแรง แต่มีผลต่อทั้งสุขภาพกายและใจ รวมทั้งส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยและความสัมพันธ์ภายในครอบครัว vitalmax.

vitalmax

vitalmax กลไกของการเสื่อมสมรรถภาพเพศชาย

การแข็งตัวขององคชาตต้องการการทำงานที่ครบวงจร การสั่งงานของวงจรดังกล่าวเริ่มต้นจากสมองไปที่ไขสันหลัง แล้วไปยังบริเวณรอบองคชาต ซึ่งจะมีการตอบสนองของกล้ามเนื้อ หลอดเลือดดำและหลอดเลือดแดงภายในและใกล้กับแกนขององคชาต ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศจะเกิดขึ้นเมื่อมีตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งของวงจรผิดปกติ โดยอาจเกิดจาก

1. เส้นประสาท หลอดเลือดแดง กล้ามเนื้อเรียบหรือเนื้อเยื่อขององคชาตถูกทำลาย ซึ่งมักเป็นผลจากโรคต่างๆ ได้แก่ เบาหวาน โรคไต การดื่มสุราเรื้อรัง โรคหลอดเลือดตีบตันหรือโรคของระบบประสาทเอง

2. รูปแบบการดำเนินชีวิตประจำวันอาจส่งผลให้เกิดปัญหาโรคหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งเป็นการเพิ่มความเสี่ยงของภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เช่น

* การสูบบุหรี่มีผลกระทบต่อการไหลของหลอดเลือดดำและแดง
* การมีน้ำหนักตัวมากเกินปกติและไม่ได้ออกกำลังกาย vitalmax
* การผ่าตัดบริเวณช่องเชิงกราน เช่น การผ่าตัดต่อมลูกหมากและกระเพาะปัสสาวะสำหรับผู้ป่วยมะเร็ง อาจทำลายเส้นประสาทและหลอดเลือดแดงใกล้กับองคชาต
* ยาที่ต้องกินเป็นประจำ เช่น ยารักษาความดันโลหิตสูง ยารักษาโรคซึมเศร้า ยารักษาแผลในกระเพาะอาหารบางชนิด
* ปัจจัยทางสุขภาพจิต เช่น ความเครียด ความวิตกกังวล โรคซึมเศร้า ความไม่เชื่อมั่นและความกลัวที่จะไม่สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้เป็นสาเหตุของภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ 10-20%

3. ความผิดปกติของฮอร์โมน เช่น ภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายที่ชื่อว่า “เทสโทสเตอโรน” (testosterone)

ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศกับวัยทองvitalmax

ชายวัยทองมักเป็นวัยที่มีภาวะพร่องฮอร์โมนเทสโทสเตอโรนอันเป็นผลให้เกิดการสูญเสียความต้องการและสมรรถภาพทางเพศ แต่สามารถรักษาให้หายหรือดีขึ้นได้ด้วยการใช้ฮอร์โมนทดแทน แสดงว่าฮอร์โมนมีผลต่อกลไกการมีเพศสัมพันธ์โดยเฉพาะความต้องการทางเพศ ทั้งยังมีการทดลองที่แสดงว่าฮอร์โมนมีผลต่อกลไกการแข็งตัวขององคชาตอีกด้วย

นอกจากนี้ยังพบว่าผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากที่รักษาด้วยการทำให้เกิดภาวะพร่องฮอร์โมนเพศชายจะมีความต้องการทางเพศลดลง มีภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ รวมทั้งมีการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบและขนาดขององคชาต ทั้งยังพบว่าในผู้ป่วยภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศส่วนหนึ่งที่ไม่ตอบสนองต่อการรักษาด้วยยากินกลุ่มที่ออกฤทธิ์ยับยั้งเอนไซม์ฟอสโฟไดเอสเทอเรส (phosphodiesterase; PDE) ซึ่งทำให้องคชาตแข็งตัวนั้น เมื่อได้รับฮอร์โมนเพศชายทดแทนจะเพิ่มการตอบสนองต่อการกินยาดังกล่าวได้ดีขึ้น

ทั้งนี้ระดับฮอร์โมนเพศชายที่ต่ำกว่าปกติยังมีความสัมพันธ์กับปัจจัยเสี่ยงต่างๆ ของภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจและหลอดเลือด อีกด้วย vitalmax.

 

 

Comments Off

Filed under Uncategorized

ครีมหน้าใส ปัจจุบัน มีครีมทาหน้าวางขายกันมากมายในท้องตลาด

ครีมหน้าใส  ปัจจุบัน มีครีมทาหน้าวางขายกันมากมายในท้องตลาด มีตั้งแต่กระปุกละไม่ถึงร้อย จนขั้นเหยียบหมื่นเลยก็มี แต่ท่องเอาไว้นะคะว่าของถูกและดีมีในโลก …อยู่ที่เลือก เราเลือกให้เหมาะกับผิว และ กระเป๋าตังค์เราครีมที่ดีจะไม่ข้นจนเกินไป ครีมหน้าใส.

ครีมหน้าใส

ครีมหน้าใส พวกไวท์เทนนิ่ง ก็ไม่จำเป็นหรอก ที่มันขาว มันขาวแป้งค่ะ ผสมแป้งลงในเนื้อครีม ดีไม่ดี ไปอุดตันรูขุมขน สิวจะถามหากันเสียเปล่าๆ แนะนำว่าถ้าทุนน้อย ใช้จอห์นสัน ครีมทาหน้าธรรมดานี่แหละกระปุกไม่ถึงร้อย ทาทุกคืนก่อนนอน ให้ผิวได้รับการบำรุง อ้อ… แล้วอย่าไปคิดว่า ทาวันนี้ พรุ่งนี้จะลุกขึ้นมาปิ๊งปั๊ง ของแบบนี้มันต้องใช้เวลา แต่เชื่อเถอะว่ามันดีกับผิวคุณแน่ในระยะยาว อย่างน้อยผิวคุณก็แข็งแรง ไม่เป็นริ้วรอยและจุดด่างดำง่าย เพราะผิวหน้าเป็นผิวที่อยู่นอกร่มผ้า สัมผัสปะทะ กับแดด กับลม และมลภาวะโดยตรง ก็คงต้องบำรุงกันหน่อยนะคะ สำหรับผู้ที่ต้องออกแดดบ้าง แนะนำว่าช่วงกลางวันให้ซื้อหาครีมกันแดดมาทากัน ไม่ต้องซื้อแพงมาก เลือกสัก SPF 20-30 กำลังดี ลองไปเลือกหาดู ไม่แพงอย่างที่คิดหรอกค่ะ

แนะนำไปเบื้องต้นแล้วมาดูข้อสำคัญๆกันบ้างดีกว่าครีมหน้าใส

1.คุณจะต้องนอนไม่เกิน 4 ทุ่ม ให้นอนระหว่าง 3 – 3.30 ทุ่ม
ข้อแรกสำคัญค่ะ อย่านอนดึก

2.อย่าล้างหน้าบ่อย ให้ล้างวันละ 2 ครั้ง มากสุด 3 ครั้ง
เพราะจะทำให้หน้าคุณบางลง เมื่อหน้าคุณบางหน้าคุณจะอ่อนแอ
แพ้ง่ายทำให้เป็นสิวได้ง่าย แต่มีบางคนเค้าเถียงว่าถ้าไม่ล้างหน้า
บ่อยๆจะทำให้หน้ามัน(สำหรับบางคนที่หน้ามันง่าย)แล้วสิวจะขึ้น
มีวิธีแก้คือให้ใช้วิธีทาแป้งบ่อยๆค่ะ หน้าคุณจะไม่มันแต่ถ้าคุณแพ้
แป้งละก็ให้ใช้ดินสอพองผสมกับน้ำมะนาว(ดีจริงขอบอก)โบ๊ะหน้าไว้
ถ้ามันแห้งอย่าทำซ้ำค่ะวันละ1ครั้งพอ เพื่อไม่ให้หน้ามันครีมหน้าใส

3.ควรออกกำลังกายด้วยวันละ 1 ครั้ง นานเท่าไหร่แล้วแต่ ประมาน 30 นาที ก็พอ
เมื่อคุณออกกำลังหายเสร็จ อย่าพึ่งล้างหน้าโดยเด็ดขาด
ถ้าคุณล้างหน้าเลยจะทำให้เกิดฝ้าขึ้นได้ เพราะหน้าคุณกำลังร้อนอยู่เจอน้ำเย็น
จะทำให้ใบหน้าของคุณเสียได้และขึ้นฝ้า(ควรนั่งพักให้หายเหนื่อยสัก 10นาที แล้วอาบน้ำเลย)

4.กินน้ำเยอะๆ เยอะๆนี่ไม่ได้หมายความว่า 7-8 แก้วนะคะ กินเมื่อปัสสาวะ
เมื่อปัสสาวะเสร็จก็ดื่มน้ำอย่างน้อย ครึ่งแก้วตามเสมอมันจะระบายของเสียออกจากร่างกายคุ
ณและหน้าคุณจะใสไร้ สิว

5.อย่ากินของมันๆ เช่น หมูสามชั้น หรือของหวานๆเช่น ช็อคโกแลต จะทำให้สิวขึ้นได้

6.ถ้าสิวขึ้นก็อย่าแกะ ปล่อยไว้ เดี๋ยวก็ยุบเอง ใช้โฟมล้างหน้าสูตรรักษาสิว หลังล้างหน้าก็เช็ดด้วยโทนเนอร์ด้วย เพราะล้างหน้าอย่างเดียวมันไม่สะอาดพอหรอกค่ะ
ห้ามแกะนะ ห้ามแกะ ห้ามบีบ ห้าม ห้าม ห้าม!!!

7.พยายามอย่าให้หน้าคุณโดนแดดแรงๆมากๆจะทำให้สิวขึ้น

8.คุณควรจะแยกผ้าใช้ เช่น ผ้าเช็ดหน้าก็ส่วนผ้าเช็ดหน้า ผ้าเช็ดตัวก็ส่วนผ้าเช็ดตัว อย่างนี้เป็นต้น

9.อย่าพยายามให้หน้าคุณโดนฝุ่นผงเพราะจำทำให้คุณเป็นสิวหัวช้างได้ หมอน ที่นอน หมั่นทำความสะอาดด้วยนะคะ

10.สำหรับผู้หญิง คือเวลามีประจำเดือนเนี่ย แนะนำค่ะให้ กินน้ำส้ม วันละ2-3แก้ว

11. คนที่ทาเเป้งบ่อยเกินเหตุ จะเป็นสิวได้ง่ายค่ะ เพราะรูขุมขน มันอุดตัน แนะนำให้ เช้า กลางวัน เย็น ก่อนนอน ถ้าเล่นอะไรมาแล้ว เหงื่อออก ให้เอาผ้าสะอาดเช็ด อย่าใช้แป้งทา
(ผู้หญิงสมัยนี้ติดแป้งมาก) ทำตามที่เราเขียนไว้นะคะ ครีมหน้าใส.

 

Comments Off

Filed under Uncategorized

ซิลิโคนทรงกลม Round ซิลิโคนทรงกลมศัลยกรรมหน้าอก

ศัลยกรรมหน้าอกซิลิโคนทรงกลม Round ซิลิโคนทรงกลมเจลข้างในซิลิโคนจะค่อนข้างเหลวกว่าทรงหยดน้ำ คือจะนิ่มกว่า ยืดหยุ่นกว่า ซิลิโคนทรงกลมเหมาะกับคนที่มีเนินหน้าอกอยู่บ้าง เมื่อใช้ซิลิโคนทรงกลมเมื่อเสริมแล้วจะทำให้หน้าอกดูสวยแบบธรรมชาติ

ซิลิโคนทรงหยดน้ำ Shaped ซิลิโคนแบบนี้จะเหมาะกับคนที่หน้าอกค่อนข้างแบน เนื้อเนินอกน้อย เพราะซิลิโคนทรงหยดน้ำจะให้หน้าอกดูเป็นธรรมชาติมากกว่า หากคนที่ไม่มีเนินหน้าหรือเนื้อน้อยใช้ซิลิโนทรงกลม จะให้หน้าอกดูกลมไม่เป็นธรรมชาติ ซิลิโคนทรงหยดน้ำจะค่อนข้างแข็งกว่าทรงกลม คือจะคงรูป ความยืดหยุ่นน้อยกว่าศัลยกรรมหน้าอก.

ศัลยกรรมหน้าอก

ศัลยกรรมหน้าอก การเลือกขนาดซิลิโคนสำหรับเสริมหน้าอก

ซิลิโคนที่ใช้ในการศัลยกรรมหน้าอก มีหลายขนาด ตั้งแต่ขนาด 100cc ไปจนถึง 800cc เลยทีเดียว ซึ่งการเลือกขนาดนั้นขึ้นอยู่กับความต้องการของคนไข้เป็นหลัก แต่แพทย์ก็จะแนะนำขนาดที่เหมาะสมกับสัดส่วนร่างกาย โดยต้องคำนึงถึงความสูง ช่วงไหล่ และเนื้อบริเวณหน้าอกว่าจะสามารถรับขนาดซิลิโคนได้เท่าไหร่ ถ้าเนื้อห้นาอกน้อยการใส่ซิลิโคนใหญ่มากๆ ก็จะทำให้ดูไม่เป็นธรรมชาติ ในส่วนนี้ของเลือกขนาดไว้แล้วปรึกษาแพทย์ดูนะคะเพื่อประกอบการตัดสินใจศัลยกรรมหน้าอก.
ศัลยกรรมหน้าอก
มาตรฐานของโรงพยาบาลเอเชีย

1) ซิลิโคนที่ได้รับมาตราฐาน US FDA และ อย. ประเทศไทย เพื่อความปลอดภัยของคนไข้ทุกคน

2) การผ่าตัดเสริมหน้าอก ผ่าตัดในโรงพยาบาลที่ได้รับมาตรฐานจากกระทรวงสาธารณสุข

3) ผ่าตัดโดยศัลยแพทย์ตกแต่ง ซึ่งเป็นศัลแพทย์ที่ได้รับการรับรองจากศัลยแพทย์ตกแต่งนานาชาติ (ISAP)ศัลยกรรมหน้าอก

4) ปลอดภัยด้วยเครื่องดมยาสลบรุ่นใหม่ล่าสุดมาตรฐานโรงเรียนแพทย์ และเครื่องมือแพทย์ที่ครบครันและทันสมัย รวมถึงทีมแพทย์และพยาบาลที่ดูแลอย่างใกล้ชิด

ขั้นตอนการผ่าตัดเสริมหน้าอก

Comments Off

Filed under ศัลยกรรมหน้าอก

ครีมรักษาฝ้า ฝ้า (Melasma) ปัญหาสุดกลุ้มของผิวพรรณ

ครีมรักษาฝ้า ฝ้า (Melasma) ปัญหาสุดกลุ้มของผิวพรรณ ที่เรียกได้ว่าเป็นญาติสนิทกับรอยกระ เพราะกระบวนการเกิดนั้นคล้ายคลึงกันมาก แต่ฝ้าจะมีบริเวณที่กว้างกว่า มองเห็นได้ชัดกว่า สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนองใบหน้า แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีฝ้าบริเวณโหนกแก้ม โดยตัวเลขเฉลี่ยของคนที่เป็นฝ้าส่วนใหญ่จะเริ่มจากวัย 30 ปีขึ้นไป ครีมรักษาฝ้า.

ครีมรักษาฝ้า

ครีมรักษาฝ้า สาเหตุการเกิดฝ้า
ฝ้าเกิดจากอะไร ? ฝ้า หรือ Melasma เกิดจากการที่เม็ดสีผิวหรือเม็ดสีเมลานิน (Melanin pigment) ทำงานมากเกินไป จึงทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เนื่องมาจากเจ้าเม็ดสีเมลานินนั้นมีหน้าที่กรองรังสียูวี เมื่อผิวได้รับแสงแดดมากขึ้น เมลานินก็จะถูกผลิตออกมามากขึ้นตามไปด้วย โดยรังสีที่มีผลต่อการเกิดฝ้าคือ “รังสี UVA” ซึ่งรังสียูวีเอจะมีช่วงคลื่นที่ยาวกว่ารังสียูวีบี จึงสามารถทำลายผิวได้ลึก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อตากแดดนาน ๆ แล้วผิวถึงคล้ำเสียได้ และนอกจากแสงแดดแล้ว เรื่องของการใช้เครื่องสำอางบางชนิด การทานยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด รวมไปถึงฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าได้เช่นกัน (ถ้าสาเหตุการเกิดฝ้ามาจากกรรมพันธุ์ โอกาสฝ้าจะกลับมาเกิดซ้ำจะมีสูงมาก และปริมารอาจเท่าเดิมหรือลดลงกว่าเดิมเล็กน้อย จึงไม่คุ้มค่ากับการทุ่มเงินรักษาเท่าไหร่)

ฝ้าต่างจากกระ “เพราะฮอร์โมน” ถ้าเป็นกระส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากแสงแดด ความร้อน และอายุ แต่ในกรณีของฝ้ามักจะมีปัจจัยฮอร์โมนเข้ามาค่อนข้างเยอะ เช่น มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอย่างรวดเร็วตอนตั้งครรภ์ รวมไปถึงการที่ฮอร์โมนลดลงอย่างรวดเร็วก็ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน อย่างช่วงการเข้าสู่วัยทอง และวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น

ประเภทของฝ้าครีมรักษาฝ้า
ฝ้าแบบตื้น จะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) ฝ้าชนิดนี้จะเป็นสีน้ำตาล ขอบชัด เกิดขึ้นได้ง่าย และสามารถรักษาให้หายได้โดยใช้เวลาไม่นาน
ฝ้าแบบลึก จะอยู่ในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า ความลึกของมันจะทำให้เกิดการแสดงสีออกมาเป็นสีน้ำตาลอมฟ้าหรือสีน้ำตาลอมม่วง เป็นฝ้าที่รักษาได้ยาก การทายามักให้ผลเพียงแค่ทำให้ดูจางลงเท่านั้น
วิธีรักษาฝ้า
การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คุณควรเริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงแสงแดด ถ้าหากต้องเผชิญแสงแดดก็ควรแต่งกายแบบไม่เผยผิวพร้อมกับทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวจากรังสียูสี โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไป และต้องเป็นแบบ PA+++ ด้วย ถึงจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าต้องอยู่ภายใต้แสงแดดตลอดทั้งวัน คุณอาจเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงมากกว่านี้ แต่ให้หมั่นทาครีมกันแดดบ่อย ๆ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าครีมกันแดดยังมีประสิทธิภาพดีพอต่อการป้องกันแสงแดด ส่วนไอร้อนจากเตา รังสีจากหน้าจอคอมพ์ ก็เป็นเหตุทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นเลี่ยงได้ควรเลี่ยงเลย นอกจากนี้คุณควรสังเกตตัวเองด้วยว่าเรารับประทานยาอะไรที่เสี่ยงต่อการเกิดฝ้าหรือเปล่า เช่น ยาคุมกำเนิด ใช้เครื่องสำอางอะไรแล้วแพ้จนเป็นรอยคล้ายฝ้าหรือไม่ (ส่วนมากแล้วจะเป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอมจะเป็นตัวการทำให้เกิดฝ้าลึก รวมไปถึงครีมทาผิวประเภทไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารอันตรายอย่างสาร “ไฮโดรควิโนน“) เป็นต้น
ดูแลตัวเองจากภายใน นอกจากการทายา ทำทรีทเม้นท์ รวมไปถึงการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ในระหว่างการรักษาเราสามารถดูแลตัวเองจากภายในได้โดยการรับประทานทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ที่เป็นตัวช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ้าขยายตัวใหญ่ขึ้นนั่นเอง
เลือกใช้ครีมบำรุง (ครีมรักษาฝ้า) การเลือกครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ AHA, วิตามินซี, อาร์บูติน (Arbutin), กรดโคจิก (Kojic) รวมไปถึงครีมทาฝ้า ครีมแก้ฝ้า หรือครีมรักษาฝ้าต่าง ๆ ก็สามารถทำให้ฝ้าจางลงและทำให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้นได้ เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลานานหน่อยเท่านั้น
สูตรหัวไชเท้า สูตรรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้า คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่นำหัวไชเท้าบดหยาบ ๆ มาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที (แล้วแต่สภาพหน้าของแต่ละคนว่ารับได้แค่ไหน ส่วนคนที่มีผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้) แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ให้คุณทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน ก็จะช่วยลดฝ้าทำให้ฝ้าดูจางลงได้มากเลยทีเดียว และนอกจากจะช่วยลดฝ้าได้แล้วหัวไชเท้ายังมีสรรพคุณช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ และทำให้หน้ากระจ่างใสขึ้นได้อีกด้วย แต่หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นแล้ว ก็ให้กระชับรูขุมขนด้วยโทนเนอร์หรือน้ำเย็นเพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนกว้างด้วยล่ะ
รักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้า
สูตรว่านหางจระเข้ วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ให้คุณใช้ว่านหางจระเข้ 1 ใบใหญ่ (เลือกใบล่าง ๆ แบบที่แก่แล้ว) นำไปแช่น้ำประมาณ 10 นาที จากนั้นก็ปอกเปลือกออกและล้างให้สะอาด นำไปปั่นหรือบดก็ได้ตามถนัด แล้วจึงนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที โดยสูตรนี้หากทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยให้ฝ้าหายได้ไวยิ่งขึ้น
สมุนไพรรักษาฝ้าบนใบหน้า
สูตรมะขามเปียก อีกหนึ่งวิธีรักษาฝ้าด้วยสมุนไพร ให้คุณนำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาบาง ๆ บริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วล้างออก วิธีนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและยังช่วยลดรอยด่างดำได้ด้วย แต่ถ้าที่บ้านคุณไม่มีมะขามเปียก ก็อาจเลือกใช้เป็นน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดแทนก็ได้
สูตรใบบัวบก สมุนไพรรักษาฝ้าอีกสูตร ซึ่งจากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณในการช่วยรักษาอาการของโรคผิวหนังได้ โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิว วิธีใช้ก็ไม่ยาก เพียงแค่นำมาปั่นแล้วใช้น้ำใบบัวบกมาเช็ดหน้าแทนการใช้โทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เพียงเท่านี้รอยฝ้าต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ จางลง เหลือไว้แต่เพียงหน้าอันขาวเนียนสดใส
สูตรไข่ขาว เพียงแค่นำไข่ขาวบริเวณรอบ ๆ ไข่แดง (เฉพาะไข่ขาว) มาทาบาง ๆ ให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้าของคุณได้
สูตรน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิ้ลจะมีประโยชน์ในด้านการช่วยดูแลผิวพรรณได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เนื่องจากในน้ำส้มสายชูนั้นมีฤทธิ์กรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้นได้ เพียงแค่คุณนำมันมาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีชุบและเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้วแล้วจึงล้างออก

ลอกฝ้าด้วยกรด TCA, กรด AHA ฯลฯ (Chemical peeling) นับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย (แม้ว่าจะได้ผลช้า) ที่สามารถช่วยทำให้เซลล์ผิวชั้นบนกับเม็ดสีเมลานินหลุดออกมาได้ โดยเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าและช่วยผลักดันให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ แต่หลังการทำทรีทเม้นท์นี้หน้าของคุณจะไวต่อแสงแดดมาก จึงต้องป้องกันให้ดีหลังการทำ คลินิกที่ให้บริการทรีทเม้นท์ตัวนี้จะแนะนำให้ทำเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครีมรักษาฝ้า.

 

 

 

Comments Off

Filed under Uncategorized

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ สูตรนี้ก็จะคล้ายกับสูตรควบคุมน้ำหนักสูตรที่ 6 นะคะ

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ สูตรนี้ก็จะคล้ายกับสูตรควบคุมน้ำหนักสูตรที่ 6 นะคะ ซึ่งวิธีการปฏิบัติก็เช่นเดียวกันค่ะ แต่จะเปลี่ยนรายการอาหารบางอย่าง ให้เข้ากับปากคนไทยอย่างเราค่ะ โดยรับประทาน 3 วันต่อเนื่องเช่นกัน จากนั้นจะหยุดมารับประทานตามปกติ แล้วค่อยมาเริ่ม 3 วันต่อเนื่องใหม่ อีกสักรอบสองรอบตามที่ต้องการก็ไม่มีปัญหาค่ะ ซึ่งจะเป็นการปรับกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลงด้วยนะคะ วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ
วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

วันที่ 1
อาหารเช้า
ชา/กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล หรือ น้ำส้ม*
ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น
ไข่ต้ม 1 ฟอง
ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
ผลไม้ 1 อย่าง*

อาหารกลางวัน
ชา/กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล หรือ น้ำส้ม*
ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น
ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน
ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*

อาหารเย็น
น้ำส้ม
ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
เนื้อไม่ติดมัน ย่างหรือนึ่ง ห้ามใช้น้ำมัน
วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ
วันที่ 2
อาหารเช้า
น้ำส้ม
นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc)
ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น
ไข่ต้ม 1 ฟอง
ผลไม้

อาหารกลางวัน
น้ำส้ม
ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น
ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
ผลไม้

อาหารเย็น
น้ำส้ม
นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc)
ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน
ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
ผลไม้วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

วันที่ 3
อาหารเช้า
น้ำส้ม
นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc)
ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น
ผลไม้
โยเกิร์ต

อาหารกลางวัน
น้ำส้ม
ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น
ไข่ต้ม 1 ฟอง
ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*

อาหารเย็น
น้ำส้ม
นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc)
ปลา/เนื้อนึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน
ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
ผลไม้วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

 

Comments Off

Filed under Uncategorized

ครีมลดริ้วรอย ร้อยทั้งร้อยเชื่อเลยว่าทุกคนคงไม่อยากมีใครให้หน้าตัวเองเหี่ยวย่น

ครีมลดริ้วรอย ร้อยทั้งร้อยเชื่อเลยว่าทุกคนคงไม่อยากมีใครให้หน้าตัวเองเหี่ยวย่น จนดูแก่ก่อนวัยหรอกจริงไหม๊? แต่ทว่าความเสื่อมโทรมของผิวหนังนั้นถือเป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่อาจปฏิเสธได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนที่กำลังก้าวเข้าสู่เลข “3” เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า โดยเฉพาะจุดที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดอย่าง “ริ้วรอยร่องแก้ม” ที่จากเดิมเคยเรียบตึงกระชับตอนนี้กลับกลายเป็นร่องขึ้นมาซะอย่างงั้น เห้อ…ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม ครีมลดริ้วรอย.

ครีมลดริ้วรอย

ครีมลดริ้วรอย วิธีลดร่องแก้ม

ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นประจำก็สามารถช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะมีใบหน้าที่แสนอ่อนเยาว์และไร้ริ้วรอยอยู่ตลอดเวลา เพราะการออกกำลังกายนั้นสามารถช่วยลดการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ รวมทั้งริ้วรอยร่องแก้มได้อย่างไม่น่าเชื่อ ครีมลดริ้วรอย
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผักใบเขียว ผลไม้ หรืออาหารทะเล ซึ่งอาหารเหล่านี้จะอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี รวมถึงเกลือแร่ที่มีส่วนช่วยทำให้ผิวสดใสและคงความชุ่มชื่นอยู่เสมอ และที่สำคัญคุณควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยบำรุงผิวให้ดูและช่วยระบบการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ
อาหารเสริมช่วยได้ ให้เลือกอาหารเสริมหรือวิตามินที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและฟื้นฟูสภาพผิว ปกป้องผิว ลดรอยเหี่ยวย่น และป้องกันการทำลายของอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของพลังงาน อย่างเช่น วิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ดครีมลดริ้วรอย
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยกักเก็บและเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นประจำ อย่างพวกครีมหรือเซรั่มที่มีสารบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้นและชะลอการเกิดริ้วรอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครเป็นคนผิวแห้งก็ยิ่งไม่ควรละเลยการทาครีมบำรุงโดยเด็ดขาด ส่วนเวลาทาครีมนั้นก็ให้ปัดขึ้นเสมอ (ประมาณ 10-20 ครั้ง) โดยใช้นิ้วกลางปักจากลางริมฝีปากไล่เรื่อยไปหาโหนกแก้มแต่งหน้าลดร่องแก้ม ด้วยเทคนิคดังต่อไปนี้จะช่วยทำให้คนที่มีปัญหาร่องแก้มลึกมีผิวเรียบเนียนได้อย่างไม่ยากเย็น ! โดยเริ่มจากให้แต้มครีมรองพื้น 5 จุด ให้ทั่วทั้งใบหน้า (หน้าผาก, จมูก, คาง และแก้มทั้งสองข้าง) จากนั้นให้ใช้ฟองน้ำเกลี่ยให้ทั่วใบหน้าจนเรียบเนียน ส่วนบริเวณร่องแก้มให้ใช้คอนซีลเลอร์ชนิดดินสอเนื้อบาง ๆ ที่สีสว่างกว่าผิวจริง (คอนซีลเลอร์เนื้อดินสอจะเกาะผิวได้ดีกว่าชนิดอื่น ๆ) โดยเขียนลงไปบริเวณร่องแก้ม แล้วใช้ปลายนิ้วกลางค่อย ๆ ตบและเกลี่ยคอนซีลเลอร์แบบเบา ๆ จนกระทั่งเนื้อครีมเรียบกลมกลืนไปกับผิว (สาเหตุที่เป็นนิ้วกลางก็เพราะว่า นิ้วกลางจะมีคุณสมบัติในเรื่องของความอุ่นที่ช่วยทำให้ครีมรองพื้นและคอนซีลเลอร์ผสมเป็นเนื้อเดียวกัน และช่วยลดปัญหารองพื้นเป็นคราบระหว่างวันได้เป็นอย่างดี) จากนั้นให้ใช้แป้งฝุ่นปัดทับเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้าเพื่อรองพื้นเซตตัว แล้วจึงค่อยแต่งหน้าในขั้นตอนอื่นต่อไปครีมลดริ้วรอย.

Comments Off

Filed under สิว ริ้วรอย

กินวิตามินตอนไหนดี วิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด

กินวิตามินตอนไหนดี วิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สำหรับคนที่สงสัยว่าวิตามินซี กินตอนไหน ถึงจะเป็นผลดีมากที่สุด การได้รับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายนั้นควรเป็นเวลาหลังอาหารเช้า กินวิตามินตอนไหนดี.

กินวิตามินตอนไหนดี

กินวิตามินตอนไหนดี เนื่องจากช่วงเวลาที่ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีอยู่ในช่วงเช้าของแต่ละวัน เวลาประมาณ 9-10 โมง และควรรับประทานวิตามินซีหลังอาหาร เพราะวิตามินซีที่ร่างกายดึงไปใช้ได้นั้นจะต้องมีตัวนำพา เช่น อาหาร ผักใบเขียว ผลไม้ต่างๆที่ให้วิตามินซีสูง หากได้รับวิตามินซีขณะที่ท้องว่าง ร่างกายจะไม่มีตัวนำพาหรือตัวให้ดูดซึม สุดท้ายน้ำที่เราดื่มเข้าไปก็จะไปละลายวิตามินซี และโดนขับออกเป็นปัสสาวะ
อีกเหตุผลสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีตอนท้องว่าง เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นกรดซึ่งคงไม่ค่อยดีแน่ถ้าเรารับมันเข้าสู่ร่างกายตอนท้องว่าง และไม่ควรรับประทานวิตามินซีก่อนนอน เพราะจากค้นคว้าวิจัยพบว่า วิตามินซีอาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งจะทำให้การนอนหลับยากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอกินวิตามินตอนไหนดี

ปริมาณวิตามินซี ที่ควรได้รับต่อวัน
นอกจากจะทราบกันไปแล้วว่าวิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันต่อไปก็คือปริมาณวิตามินซีที่ควรจะได้รับในแต่ละวันนั้นแตกต่างกันออกไปตามวิถีชีวิต และความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย รวมถึงวัตถุประสงค์ของการใช้วิตามินซี โดยองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปควรได้รับวิตามิน ซี ในปริมาณที่เหมาะสม คืออย่างน้อย 60 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากวิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายน้ำและถูกขับออกทางปัสสาวะได้ ดังนั้น จึงควรบริโภคอย่างสม่ำเสมอทุกวันกินวิตามินตอนไหนดี
นอกจากนี้ วิตามินซียังมีบทบาทในเป็นตัวช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ โดยที่มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องกว้างขวาง ในบางรายอาจจะจำเป็นต้องได้รับในปริมาณที่สูงขึ้น อย่างผู้ที่มีอาการเป็นหวัด โรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม
ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ และต้องอยู่กับความเครียด เช่น การทำงานหนัก ต้องใช้ความคิดมากๆ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม ขณะเดียวกันคนที่ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค ควรได้รับวิตามันซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไปกินวิตามินตอนไหนดี.

Comments Off

Filed under Uncategorized

ลดต้นขาใหญ่ การมีต้นขาใหญ่คงเป็นปัญหามากสำหรับใครหลายๆคน

ลดต้นขาใหญ่ การมีต้นขาใหญ่คงเป็นปัญหามากสำหรับใครหลายๆคน เลยใช่มั้ยล่ะ โดยเฉพาะพวกสาวๆ (จะบอกว่าเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันแหละ – -^ อานะ) ใส่อะไรแล้วก็ไม่สวย ลดต้นขาใหญ่.

ลดต้นขาใหญ่

ลดต้นขาใหญ่ แล้วการลดต้นขายังขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดในร่างกาย (ถ้าไม่เชื่อก็สามารถพิสูจน์ได้)ลดต้นขาใหญ่

พอดีวันนี้ไปเจอวิธีลดต้นขามาจากในเว็บก็เลยเอามาฝากกันค่ะ

วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆไม่มีอะไรมากมาย แต่จะแนะนำอย่างนึงคือถ้าคิดจะทำแล้วก็ให้ทำอย่างสม่ำเสมอและทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นผลเพราะกว่าขาจะเล็กก็หลายเดือนเลยล่ะนะ(อย่าเพิ่งท้อกันนะ) พอเห็นผลแล้วก็ต้องทำต่อไปอีก(ถ้าไม่อยากได้ขาใหญ่ๆกลับคืน)

วิธีลดต้นขาก็ง่ายๆ คือลดต้นขาใหญ่

1. นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
2. ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
3. ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
4. ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง(เค้าว่ากันว่ายิ่งเร็วยิ่งดี+ยิ่งมากก็ยิ่งดีด้วย)
5. เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้งลดต้นขาใหญ่.

Comments Off

Filed under Uncategorized

วิธีลดไขมันหน้าท้อง สาวใหญ่ สาวรุ่นไหนๆก็คงต้องเจอกับปัญหาไขมันหน้าท้อง ท้องป่อง

วิธีลดไขมันหน้าท้อง สาวใหญ่ สาวรุ่นไหนๆก็คงต้องเจอกับปัญหาไขมันหน้าท้อง ท้องป่อง พุงยื่น มีหวงยางอยู่ตลอดเวลา เห็นบางคนเขาน้ำหนักเยอะขนาดไหน เขาก็ยังลดน้ำหนัก ลดพุงได้สำเร็จ อยากเป็นเหมือนเขาบาง แต่พฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตของเราก็ยังเหมือนเดิม แล้วจะผอมได้อย่างไงกัน แต่ถ้าเรามั่วแต่อยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเพื่อตัวเองซักอย่าง น้ำหนักและพุงน้อยๆของเราจะลดได้ไหมละค่ะ คงไม่อะนะ…. ฉะนั้นคนเราต้องมีฝัน ต้องมีความเชื่อ เชื่อว่าเราทำได้ ลองเริ่มต้นทำสิ่งดีๆเพื่อตัวเอง รับรองได้ว่ามันไม่ยากเกินความพยายามของเราหรอกค่ะ จากฝันเล็กๆของเรา ที่เราจะอยากผอม อยากจะหุ่นสวย อยากให้เอวบางร่างน้อย มันอาจจะกล้ายเป็นฝัน เป็นแรงบัลดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่เราสามารถสานฝันสิ่งต่างๆมากมายได้ต่อไปนะค่ะ หมดเวลาของห่วงยาง อำลาพุงกันได้เลย  วิธีลดไขมันหน้าท้อง.

วิธีลดไขมันหน้าท้อง

วิธีลดไขมันหน้าท้อง ลดพุง

ปัญหาการเกิดพุง ไขมันหน้าท้อง

1. เกิดจากการพฤติกรรมการรับประทาน ที่ทานแต่อาหารประเภท แป้ง ไขมัน ของทอดต่างๆ

2. การนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ในร่างกายของเรานั้นมีฮอร์โมนที่แปรปรวน กระตุ้นฮอร์โมนเกรลิน(Ghrelin) ต่อมความหิว ให้รู้สึกหิวบ่อยๆ เราจึงต้องหาอาหารทานตอนดึกเป็นสาเหตุทำให้อ้วนและเกิดพุงง่าย การนอนแต่หัวค่ำ ควรจะเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม เพื่อให้ไม่เกิดการแปรปรวนของฮอร์โมน และยังทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานออกมาขณะที่เรานอนอยู่ การนอนอย่างน้อยเราควรน้อยไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมงขึ้นไป

3. การออกไปปาร์ตี้ สังสรรค์ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อ้วนและมีพุงได้เหมือนกัน เพราะในแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ กับแกล้มทั้งหลาย ก็ล้วนแต่มีแคลอรี่กันทั้งนั้น เรามาดูกันว่าเครื่องดื่มแต่ละชนิดมีแคลอรี่ที่จะสามารถทำให้เกิดพุงได้อย่างไร
– ไวน์แดง 1 แก้ว = 80 kcal
– ไวน์ขาว 1 แก้ว = 80 kcal
– สาเกญี่ปุ่น 100 ml = 105 kcal
– เบียร์สดแก้วขนาด 100 ml = 42 kcal
– เบียร์กระป๋อง 350 ml = 144 kcal
– วิสกี้ 1 แก้ว 30 ml = 65 kcal
– มาร์ตินี่ 1 แก้ว = 161 kcal
– จิน-โทนิก 1 แก้ว = 168 kcal

ยิ่งถ้าเราดื่มแอลกอฮอล์เหล่านี้เข้าไปพร้อมกับทานกับแกล้มไปด้วยละก็ คงจะเพิ่มปริมาณพลังงานแคลอรี่ให้สูงยิ่งกว่าเดิม

4. เกิดการกรรมพันธุ์ พันธุกรรม ที่ได้รับจากบิดา มารดา ทำให้อ้วนง่าย เกิดพุงง่าย

ลดพุง

วิธีการลดพุง สลายไขมันหน้าท้อง

1. ตื่นเช้ามา เราควรดื่มน้ำสะอาดอุณหภูมิห้อง 2 แก้ว เพื่อเป็นการปรับสภาพร่างกายภายในของเรา

2. ดีท็อกซ์ลำไส้ เพื่อขับของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ ตับ ม้าม และกระเพราะอาหารออกจากร่างกาย จะทำให้ร่างกายของเราสามารถดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์เข้าสู่ร่างกายได้มากยิ่งขึ้น การที่ของเสียยังตกค้างอยู่ในร่างกายของเราเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดพุง การขจัดสิ่งตกค้างด้วยวิธีการดีท็อกซ์ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเร่งการกำจัดของเสีย เราจะมีวิธีการดีท็อกซ์ลำไส้ ดังนี้

– สูตรดีท็อกซ์ลำไส้ สูตรแรก ดีท็อกซ์ด้วยเม็ดแมงลัก 2 ช้อนโต๊ะ + ผสมกับน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น 1 แก้ว รอให้เม็ดแมงลักพองตัว แล้วจึงดื่ม เราสามารถเลือกดื่มช่วงเช้า หรือช่วงดึกก่อนนอนก็ได้ สูตรนี้ดีตรงที่ เม็ดแมงลัก จะไปลากเอาของเสียที่ติดอยู่ตามลำไส้ ออกมาพร้อมกับการถ่ายของเสียของเรา รับรองว่าลำไส้สะอาดแน่ๆจ้า

– สูตรดีท็อกซ์ลำไส้ สูตรที่สอง มะนาว 1 ลูก + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา + โยเกิร์ตรสธรรมชาติ fat 0% ครึ่งถ้วย + นมสดรสจืด fat 0% ขนาด 180 มล. หรือ 200 มล. ครึ่งกล่อง นำส่วนผสมทั้งหมดมารวมกันแล้วคนให้เข้ากัน ดื่มทันทีให้หมดแก้ว สูตรจะช่วยในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย แถมยังช่วยให้ผิวพรรณเราดีขึ้นด้วยประโยชน์จาก โยเกิร์ตและนม

– สูตรดีท็อกซ์ลำไส้ สูตรที่สาม มะนาว 1 ลูก + โซดา 1 ขวด + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นำส่วนผสมทั้งหมดมารวมกันแล้วคนให้เข้ากัน ดื่มทันทีให้หมดแก้ว ถือเป็นอีกสูตรหนึ่งที่จะช่วยในการกำจัดของเสียออกจากร่างกายได้อย่างง่ายดาย

การทำดีท็อกซ์ลำไส้ เราต้องทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายนั้นปรับสภาพภายในของเรา และมีการขับถ่ายที่ดีสม่ำเสมอ รับรองได้ว่าพุงของเรา จะหายไปจากวงโคจรเลยทีเดียว

3. การดื่มน้ำอุ่น หรือชาสมุนไพร เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ที่จะทำให้พุงของเรานั้นหายไป การดื่มน้ำอุ่น หรือชาสมุนไพร นั้นจะช่วยเร่งการเผาผลาญอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ช่วยทำความสะอาดอวัยวะภายใน สำหรับตัวชาชนิดต่างๆ โดยเฉพาะชาเขียว จะมีสาร EGCG ที่จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกายของเราให้ออกมา สำหรับใครที่ชอบทานน้ำเย็น ควรหันมาทานน้ำอุ่น หรือชาสมุนไพรได้แล้วนะจ๊ะ จะได้ไม่มีพุง

4. การออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการลดพุงเลยทีเดียว เพราะมันจะทำให้หน้าท้องของคุณนั้นแบนเรียบ เฟิร์มขึ้น กระชับขึ้น การออกกำลังกายนั้น จะเปลี่ยนไขมันที่สะสมอยู่ตามท้องของคุณให้เป็นกล้ามเนื้อ ซิกแพค

5. การควบคุมอาหาร สำคัญมากๆ เพราะการที่เราพยายามจะเอาไขมัน สิ่งสกปรกต่างๆออกจากร่างกายนั้นมันยุ่งยากจริงๆ และเราไม่ควรจะเพิ่มปริมาณไขมัน ของเสียต่างๆให้กับร่างกายอีก เช่นพวกแป้ง ของทอด ของมัน ของหวาน ต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดพุงได้ง่ายๆ อีกอย่างทำให้คุณถ่ายยากอีกด้วย ฉะนั้นเราควรหันมารับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อาหารที่ย่อยง่าย อาหารไฟเบอร์สูง เช่น

ผลไม้ – ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและมีไฟเบอร์สูง ได้แก่ แอปเปิ้ล มะละกอ กีวี สตรอเบอร์รี่ อโวคาโด ราสป์เปบร์รี่วิธีลดไขมันหน้าท้อง
ผัก – ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและมีไฟเบอร์สูง ได้แก่ บล็อกโคลี่ มะเขือเทศ ผักโขม แครอต ผักสลัด ผักคะน้า
ธัญพืช – ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและมีไฟเบอร์สูง ได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต คอร์นเฟล็ก พาสต้า
ถั่ว – ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและมีไฟเบอร์สูง ได้แก่ ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วลันเตา ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน เมล็ดผักทอง อัลมอนด์ พิสตาฃโอ เฮเซลนัด

6. การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ นอนอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อให้ร่างกายไปเผาผลาญพลังงานที่อยู่ในร่างกายวิธีลดไขมันหน้าท้อง.

 

 

 

Comments Off

Filed under Uncategorized