เลเซอร์ยกกระชับผิวหน้าเป็นการใช้เลเซอร์มาแก้ปัญหาผิวหน้าที่มีริ้วรอย

เลเซอร์ยกกระชับ ผู้ที่ใช้เครื่องกระตุ้นไฟฟ้าหัวใจแบบถาวรชนิดต่างๆ(Pace maker, Automatic Implantable Cardiovertaer /Defribrillator(AICD) ควรหลีกเลี่ยง หลักการ เป็นการใช้เลเซอร์มาแก้ปัญหาผิวหน้าที่มีริ้วรอย โดยยิงเลเซอร์ไปยังผิวหน้า ประมาณ 10-20% ของพื้นที่โดยทำให้เกิดเป็นสะเก็ดจุดเล็กๆ โดยปล่อยให้ผิวส่วนใหญ่ที่เหลือเป็นปกติ (ไม่ถูกยิง) ซึ่งผิวส่วนปกติจะช่วยพื้นฟูซ่อมแซมบริเวณที่ถูกยิงด้วยเลเซอร์ ทำให้ได้ผิวใหม่ที่ดีขึ้นและเรียบเนียนขึ้น เลเซอร์ยกกระชับ.

เลเซอร์ยกกระชับ

การเตรียมตัว
ไม่มีความจำเป็นต้องเตรียมตัวเป็นพิเศษก่อนทำเลเซอร์ จะมีการทำความสะอาดผิวหน้า หลังจากนั้นจะทาครีมยาชาและทิ้งไว้ประมาณ 60 นาที

การทำเลเซอร์
ระหว่างการทำเลเซอร์เราจะไม่รู้สึกเจ็บ ใช้เวลาประมาณ 10-15 นาที หลังทำเสร็จ ผิวหน้าจะแดง และรู้สึกอุ่นๆ (ซึ่งจะรู้สึกสบายด้วยการประคบเย็น) ส่วนมากจะไม่เกิน 30-60 นาที หลังจากนั้นจะไม่มีอาการใดๆ ภายหลัง 24 ชม. ผิวจะดูเป็นปกติไม่มีการตกสะเก็ดให้เห็นตามบริเวณที่ทำเลเซอร์ สามารถใช้รองพื้นและแป้งกับครีมกันแดดแต่งหน้าได้ตามปกติ เลเซอร์ยกกระชับ

จำนวนครั้งและระยะห่างของการทำเลเซอร์
โดยทั่วไปจะทำประมาณ 4-6 ครั้ง โดยทิ้งระยะห่างประมาณ 2-4 สัปดาห์ ข้อแนะนำ หากเคยมีประวัติเป็นเริม (Herpes) ที่บริเวณใบหน้า ควรแจ้งให้แพทย์ทราบเพื่อจะได้รับประทานยาป้องกันก่อนทำเลเซอร์.

หัวส่งคลื่นความถี่นี้จะให้ความเย็นและป้องกันหนังชั้นกำพร้าไว้ระหว่างที่ พลังงานทะลุผ่านเข้าสู่ผิวหนังเพื่อสร้างอุณหภมูิที่เหมาะสม เพื่อกระตุ้นคอลาเจนที่อยู่ในชั้นหนังแท้และเนื้อเยื่อชั้นไขมันใต้ผิวหนัง
ทุก ครั้งที่ผิวสัมผัสกับอุปกรณ์ในการรักษาคุณจะรู้สึกเย็นและหัว tip จะสั่นเล็กน้อยแบบสบายๆและรู้สึกอุ่นลึกๆข้างในจากนั้นจะรู้สึกเย็นมากขึ้น ความรู้สึกเย็นอย่างต่อเนื่องจะช่วยปกป้องผิวของคุณและช่วยให้การยกกระชับ หน้า นั้นสบายขึ้น
ขั้นตอนการยกกระชับหน้า และความรู้สึกระหว่าง-หลังรักษาตัว.

Comments Off

Filed under เลเซอร์ยกกระชับ

เสริมจมูกหน้าตัวเองในกระจกทุกวัน ไม่ชอบตาหมวย

เสริมจมูกหน้าตัวเองในกระจกทุกวัน ไม่ชอบตาหมวยกับจมูกบานๆเลยค่ะ เลยตัดสินใจทำตาสองชั้นก่อน เพราะยังรับไม่ได้ที่ต้องมีซิลิโคนอยู่ที่จมูก (ไว้ว่างๆจะมารีวิวตาสองชั้นนะค่ะ) พอทำตามาได้ 6 เดือน ก็เริ่มมองจมูกค่ะ ไปไหนมาไหนก็จะไปจ้องแต่จมูกคนอื่น สาวๆเดี๋ยวนี้จมูกสวยๆเพียบ แอบอิจฉาตาร้อนค่ะ และยิ่งเพิ่มกิเลสในตัว จัดเลยค่าาาาา !! ศึกษาข้อมูลทั้งใน Pantip เว็ปไซด์ดั้งโด่ง Facebook ฯลฯ (ศึกษาจริงจังมาเกือบปี จริงๆยังทำใจไม่ได้ อ๊ากซ์ๆๆ) บางทีเดินห้างเห็นใครจมูกสวย อิฉันเดินไปถามเลยคร้าาา ว่าทำจมูกที่ไหนมา (วิธีนี้เสี่ยงมากๆค่ะ อย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง บอกเลยย ) 1 ปีที่ผ่านมา อิฉัน Expert เรื่องคลินิค ราคา ชนิดซิลิโคน และอิฉันยังติดตามผลงานตามรีวิว ซึ่งก็มีทั้งดีและไม่ดี สุดท้ายก็ทำ List รายชื่อคลีนิค ที่เขาตากรรมการมา 3-4 ที่ค่ะ และเข้าไปคุยกับคุณหมอเสริมจมูก.

เสริมจมูก

การผ่าตัดตกแต่งจมูก (Rhinoplasty)

ปัจจุบันมีผู้มีมาปรึกษาแพทย์เพื่อการผ่าตัดตกแต่งจมูกเป็นจำนวนหลายแสนคนต่อปี โดยสาเหตุของการผ่าตัดนั้น อาจเกิดจากความรู้สึกไม่พึงพอใจกับสัดส่วนของจมูกที่มีมาตั้งแต่กำเนิด หรือเกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามวัยที่สูงขึ้น และการผิดรูปที่เกิดจากการได้รับบาดเจ็บ หรือการผ่าตัด โดยสิ่งสำคัญที่สุดเนื่องจากจมูกเป็นอวัยวะที่โดดเด่นที่สุดบนใบหน้า การเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อยของรูปทรงจมูก สามารถปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ให้กับเจ้าตัวได้อย่างมาก การที่จะทราบว่าการทำผ่าตัดตกแต่งจมูกนั้นสามารถเพิ่มภาพลักษณ์ที่ดียิ่งขึ้นได้อย่างไร คุณจำเป็นจะต้องทราบถึงวิธีการผ่าตัดคร่าวๆ และอะไรที่คุณสามารถคาดหวังได้จากการผ่าตัดชนิดนี้ เอกสารฉบับนี้จะรวบรวมคำถามที่พบบ่อยที่สามารถให้ข้อมูลเสริมจมูกเบื้องต้นก่อนที่คุณจะพิจารณาเลือกการผ่าตัดตกแต่งจมูก ผลของความสำเร็จที่เกิดขึ้นจะขึ้นอยู่การสื่อสาร ความเข้าใจกันระหว่างแพทย์ผู้ผ่าตัดและตัวผู้ป่วยเอง ความเชื่อถือของผู้ป่วยต่อแพทย์เป็นพื้นฐานสำคัญในการที่ผู้ป่วยจะตัดสินใจจะทำการผ่าตัดหรือไม่ ดังนั้นการพูดคุย และซักถามถึงข้อมูลด้านต่างๆ เพื่อสร้างความมั่นใจและความเชื่อถือ จึงมีความสำคัญอย่างมากต่อความพึงพอใจต่อผลการผ่าตัดที่เกิดขึ้น

การผ่าตัดตกแต่งจมูกเหมาะสมสำหรับคุณหรือไม่

วิธีการผ่าตัดตกแต่งจมูกมีด้วยกันหลายเทคนิค ไม่มีเทคนิคใดที่ถือว่าดีที่สุด เนื่องจากวัตถุประสงค์ของการผ่าตัดตกแต่งเพื่อเพิ่มความสวยงามบนใบหน้า ดังนั้นการผ่าตัดตกแต่งจมูกให้สวยงามนั้น จำเป็นจะต้องเข้ากันได้กับลักษณะใบหน้าส่วนอื่นๆร่วมด้วย ลักษณะของผิวหนัง รูปร่างสัดส่วนของใบหน้า และอายุ จึงเป็นปัจจัยสำคัญในการพิจารณา และเป็นประเด็นในการพูดคุยกันระหว่างแพทย์ผ่าตัดกับตัวคุณก่อนการผ่าตัด โดยอายุที่เหมาะสมต่อการผ่าตัดคือมากกว่า 16 ปี ยกเว้นในกรณีที่มีปัญหาเรื่องการหายใจอย่างรุนแรง ก่อนจะตัดสินใจทำการผ่าตัดตกแต่งจมูก อาจจะถามแพทย์ผู้ผ่าตัดว่า มีการผ่าตัดใดนอกเหนือจากการผ่าตัดตกแต่งจมูกเพื่อเพิ่มความสวยงามบนใบหน้าให้มากขึ้น โดยส่วนใหญ่ผู้ป่วยที่ทำการผ่าตัดตกแต่งจมูก อาจทำการผ่าตัดเสริมคาง เพื่อเพิ่มความสมดุลบนใบหน้าโดยจะทำให้คุณดูดีขึ้นได้เสริมจมูก.

 

Comments Off

Filed under เสริมจมูก

การสักปากชมพูเป็นการแก้ไขริมฝีปากหมองคล้

การสักปากชมพูเป็นการแก้ไขริมฝีปากหมองคล้ำ ให้มีสีอมชมพูสดใส แลดูอ่อนกว่าวัย แต่หลังจากทำการปากชมพูแล้ว ต้องเตรียมตัวดูแลตัวเองยังไงให้แผลหายเร็ว และลดความเสี่ยงต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นหลังทำได้

การดูแลรักษาตนเองหลังสักปากชมพูอย่างถูกวิธีมีดังนี้ สักปากชมพู.
สักปากชมพู

  • หลีกเลี่ยงการกินอาหารที่มีรสจัด และอาหารหมักดอง เพราะอาหารเหล่านี้จะทำให้ผิวหนังเกิดอาการบวมน้ำได้

 

  • นอกจากนี้ ควรดื่มน้ำมากๆ  และงดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด จะช่วยให้แผลหายเร็วขึ้นค่ะ

 

  • หลีกเลี่ยงการสัมผัสรุนแรงเด็ดขาด ห้ามแกะ ห้ามเกา ห้ามถู อาจทำให้อักเสบห้ามแกะผิวปากขณะกำลังตกสะเก็ด เพราะขณะผิวปากกำลังลอกถ้าแกะอาจจะไปดึงเอาเนื้อที่ยังไม่ลอกหรือเนื้อแท้ออกมาด้วย
    - การลอกของผิวปากโดยเฉลี่ย 1 อาทิตย์ อาจเร็วกว่าหรือช้ากว่านี้ก็ขึ้นอยู่กับผิวแต่ละคน สักปากชมพู

 

  • ทาเจลบำรุงริมฝีปากบ่อย ๆ ในระยะเวลา 3-5 วันหลังการสัก แผลจะเริ่มลอก เห็นเป็นสีชมพูระเรื่อ ให้สาว ๆ หมั่นทาเจลที่ได้รับจากแพทย์ หรือลิปปาล์มบำรุงริมฝีปากบ่อย ๆ เพื่อให้ปากมีความชุ่มชื้นมากพอ อาการลอกจะได้ไม่รุนแรง แผลจะได้หายเร็วขึ้นด้วยค่ะ

 

  • หากรอจนครบ 3 เดือนแล้ว สีปากยังไม่ปรากฏ ควรปรึกษาผู้ให้บริการเพื่อรับการแก้ไข แน่นอนว่าสีผิวของแต่ละคนไม่เท่ากัน หลังจากปากตกสะเก็ดหรือลอกออกหมดแล้ว บางคนปากอาจจะเป็นสีชมพูสวยเป๊ะในครั้งแรกที่สัก แต่บางคนที่ผิวคล้ำมาก ๆ สีอาจยังไม่สม่ำเสมอ แต่หากรอจนครบ 3 เดือนแล้วสีปากยังไม่ปรากฏหรือมีสีจางจนเกินไป ช่างสักอาจจะแนะนำให้สักเพิ่มอีก 1 รอบค่ะ

 

  • ในระหว่างที่รอให้สีปากปรากฏตามต้องการนั้น จะมีช่วงเวลาในสัปดาห์ที่ 2-3 ที่ริมฝีปาก จะมีสีที่คล้ำกว่าเดิม แต่ไม่ต้องกังวลไปนะคะ คุณสามารถทาลิปสติกกลบสีปากที่ยังไม่เข้าที่ได้เลย ไม่ต้องห่วงว่าจะมีอาการแพ้ใด ๆ

หมายเหตุ

การติดสีหลังสักปาก

เมื่อปากตกสะเก็ดและสีที่สักลอกออกหมดแล้ว ผู้สักบางคนสีอาจจะขึ้นสวยเลย แต่บางคนสีอาจยังไม่สม่ำเสมอในครั้งแรก หรือบางคนอาจสีออกอ่อนๆ หรือสียังไม่ขึ้น แต่รู้สึกว่าปากคล้ำขึ้น ให้อดทนรอจนกว่าผิวจะผลัดเซลล์เข้าที่ และขึ้นสีสวย ซึ่งอาจใช้เวลาประมาณ 3 เดือนขึ้นไป จึงจะเห็นสีที่แท้จริง ดังนั้นหากหลังสัก 3 เดือนขึ้นไปแล้ว ถ้าสีติดบางๆ หรืออ่อนๆ สามารถนัดช่างเพื่อเติมสีได้ 1 ครั้ง กรณีปากคล้ำต้องมีย้ำรอบ 2 หรือถ้าลูกค้าคล้ำมากอาจต้องทำหลายรอบ ขึ้นอยู่กับผิวของลูกค้า แต่ละคน เพราะสภาพผิวแต่ละคนไม่เหมือนกัน สีที่สักออกมา บางครั้งเลือกสีเดียวกับ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ไม่เหมือนกัน เนื่องจากสภาพผิวเดิมของผู้สักด้วยค่ะ

** ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น **

อาการข้างเคียงหลังสักปาก ที่ปากอาจดูสีคล้ำลงกว่าเดิม

การสักย้ำเข็มหลังการสัก ซึ่งขั้นตอนที่เข็มและเครื่องสักปั่นกรอสีให้ลงไปในผิวปากนั้นมีแรงกระทบจากเครื่องซึ่งผิวจะสร้างเมลานินขึ้นมาปกป้องผิวเม็ดสีผิวดำๆ คล้ำๆ นั้นจึงมากองรวมตัวกัน มักเกิดขึ้นกับคนที่มีผิวบอบบาง อาจจะต้องค่อยๆ รอให้ผิวเข้าที่สักพัก  รอยช้ำนี้จะค่อยๆ หายไป และมีสีดันขึ้นมาอีกให้เห็นชมพูหรือแดงชัดขึ้นกว่าเดิม ซึ่งหลังจากสีลอกหมดแล้ว สามารถทา aftercare และลิปติก เพื่อปกปิดความไม่สม่ำเสมอ รอจนสีเข้าที่ก่อน

** และผลข้างเคียงที่จะได้รับสำหรับบางสภาพผิว **

หลังสักไปแล้วอาจมีอาการบวมแดงหรือเกิดเป็นตุ่มใสขึ้น หรือดูเหมือนเป็นหนอง (เกิดกับบางคนเท่านั้น)  ซึ่งเนื่องมาจากมีปัญหาในเรื่องของระบบน้ำเหลืองไม่ดี และสภาพผิวบอบบาง สามารถทานยาแก้อักเสบ,ลดบวม และยาฆ่าเชื้อ ประมาณ 3-5 วันอาการจะดีขึ้นและหายเป็นปกติ ซึ่งไม่จำเป็นต้องไปหาหมอให้เสียค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้น

**โรคที่อาจเกิดขึ้นได้ สำหรับบางคน**
สำหรับผู้ที่เคยเป็นเริมมาก่อน หรือเคยได้รับเชื้อสะสมอยู่ในร่างกาย หากในช่วงหลังสักนี้ดูแลรักษาความสะอาดปากหลังจากการรับประทานอาหารไม่ดี อาจเกิดโรคเริมขึ้นได้ ซึ่งสามารถทายาสำหรับรักษาโรคเริม ซึ่งจะหายเป็นปกติภายใน 7 วัน.

Comments Off

Filed under สักปากชมพู

เสริมคางวิตามินอาหารเสริมทั้งหลาย และไม่นอนดึก

เสริมคาง การเตรียมตัวก่อนศัลยกรรม อาหารและพฤติกรรม

งดพวกกระเทียม ผงชูรส อาหารรสจัด แอลกอฮอล์ วิตามินอาหารเสริมทั้งหลาย และไม่นอนดึก (ไม่รู้ว่าทำคางนี่ต้องทำขนาดนี้มั้ย แต่ก็เตรียมไว้ก่อน อิอิ)

ของที่จะต้องซื้อเตรียม

1. ผ้าเย็นผืนเล็ก 2 ผืน 20 บาท
2. Coolgel ขนาดเล็ก(เพราะไม่แพงและขนาดกำลังดี) 98*2=196 บาท จริงๆควรมีสัก4อันนะคะ เผื่อเปลี่ยนด้วยค่ะ
3. โจ๊ก ข้าวตุ๋น ตามร้านชีวจิต ห่อละประมาณ 18 บาท เป็นพวกรสเห็ดหอม ฟักทอง แครอท อะไรทำนองนี้ค่ะ ซื้อมา 4 รสได้ เสริมคาง.

เสริมคาง

4. ยาสมุนไพรหยุนหนานไป่เหยา 2 กล่อง 790 บาท (สั่งในอินเตอร์เน็ต)

5. หมอนล็อคคอ (คืนแรกๆก็อดทนใช้ไปหน่อยนะคะสำหรับคนที่ชอบนอนตะแคงอย่างแนน นอนทับแก้มในช่วงแรกๆไม่ค่อยดีนะคะ แต่จริงๆเท่าที่ศึกษามาการนอนตะแคงจะช่วยลดอาการบวมได้ค่ะ

6. Mask เวลาออกไปข้างนอกแล้วไม่อยากให้ใครเห็นว่าเราทำอะไรมาก็ปิดโลดค่ะ 39 บาท

7. น้ำเกลือ (ใช้เทใส่สำลีเช็ดเบาๆช่วงระหว่างคอและคาง เพราะวันแรกๆไม่อยากให้กระทบกระเทือนจุดนั้นมากค่ะ)

8. คนดูแลส่วนตัวค่ะ (อันนี้ไม่ต้องถึงกับซื้อนะคะ 555 แฟนเรา คนในครอบครัวเรานี่แหละค่ะดีที่สุด สำคัญมากสำหรับเรานะคะ คืนแรกคนดูแลนี่ไม่ได้นอนเลยค่ะ ตื่นมาดูเราทุก 5นาที กลัวว่าเราจะเผลอเอาทีนก่ายน่าผาก ไม่ใช่ๆ กลัวเราจะเผลอนอนตะแคง ดิ้นทับคางตัวเอง แต่ถ้าไม่มีก็ไม่เป็นไรนะคะ ดูแลตัวเองก็ได้ค่ะ) เสริมคาง

วันผ่าตัด คิว10.00โมงเช้านะคะ แนนก็ได้ทานข้าวต้มไปตอนเช้า ใส่เสื้อกระดุมหน้า บ้านปากแปรงฟันอย่างดี แต่งน่าก็ทาแค่คอนซีลเลอร์ปิดใต้ตา ทาคิ้ว และปาก แค่นั้นค่ะ ขาไปเดินทางด้วยรถไฟฟ้า เมื่อไปถึงก็แจ้งชื่อ เซ็นสัญญา จ่ายเงิน และรับยาแก้บวม แก้อักเสบค่ะ รอนานพอสมควรเหมือนกัน บ่ายโมงถึงได้ทำ เพราะหมอดันมีเคสแก้ด่วนเข้ามา แต่ก็โอเคค่ะ ก็ได้มีการบ้วนปาก ล้างหน้า เปลี่ยนชุด(ถอดทุกอย่างออกทั้งเครื่องประดับเพชรพลอยต่างๆ ง่ายๆว่าถอดหมดเหลือแต่กกน.ค่ะ และใส่ชุดคลุมสีเขียวของทางคลีนิค รวมถึงหมวกคลุมผม) และเราขอคุณหมอปรึกษาก่อนทำ เวลานั้นก็เอาแบบให้คุณหมอดู อยากได้อย่างนั้นอย่างนี้ก็ว่าไป คุยเสร็จก็เดินมานั่งรอต่อ พอคุณพี่ผู้ช่วยหมอมาเรียกไปเตรียมตัว ก็เดินข้าไปในห้องผ่าตัดค่ะ ถึงจุดนี้เพิ่งเข้าใจค่ะที่อ่านๆรีวิวมาและที่เขาเรียกเขียงผ่าๆมันคืออย่างนี้นี่เอง มันคือเขียงผ่าจริงๆค่ะ ในห้องเย็นมาก อารมณ์คล้ายตอนไปทำฟัน แต่เปลี่ยนจากเตียงนุ่มๆ เป็นเหมือนนอนบนแสตนเลสเย็นๆโดยมีผ้ามารองหลายๆชั้น แนนก็ขึ้นเขียงและเอนตัวนอน พี่ผู้ช่วยหมอก็เอาผ้ามาคลุมตัวเราทั้งตัว รวมถึงใบน่า เหลือไว้ก็แต่บริเวณเบ้าน่า(ไม่รู้จะเรียกว่าไร) และพี่ผู้ช่วยหมอก็เริ่มเอาสำลีชุบน้ำอะไรสักอย่างเย็นๆมาเช็ดน่าเรา เหมือนทำความสะอาด แนนไม่แน่ใจว่าใช่แอลกอฮอล์รึเปล่า และหลังจากนั้นก็รู้สึกว่าจะเป็นคอตตอนบัดแบบยาวชุบอะไรสักอย่าง(อีกแล้ว)เย็นๆ สีส้มๆ ไม่แน่ใจว่าเป็นเบตาดีนรึเปล่า มาเช็ดให้เราทั้งน่าพร้อมทั้งบอกว่า ถ้าคันตรงไหนให้บอก อย่าเอามือขึ้นมาเกานะ เราก็โอเค และก็นอนรอหมอไปเรื่อยๆ รู้สึกน่าตึงมากๆน่าจะเป็นเพราะเบตาดีนที่พี่เค้าทาให้รอบหลัง

เมื่อคุณหมอมา ใจเต้นแรงมากๆๆๆ ทั้งกลัว ทั้งกังวลเลยค่ะ แต่ก็คล้ายอารมณ์ตอนทำฟันมากๆ คุณหมอวิเคราะห์ใบน่าอยู่พักนึง และเริ่มเอาปากกามาวาดที่คาง พี่ผู้ช่วยหมอเปิดเพลง และคุณหมอก็เริ่มบรรเลงเลยค่ะ เริ่มแรกให้อ้าปากและฉีดยาชาจึกแรกเข้าที่หนังปากด้านใน(ขอเรียกการฉีดยาชาลงไป1ทีว่า 1จึกนะคะ เนื่องจากไม่รู้ว่าตัวเองโดนไปกี่เข็ม แต่พอจะรู้เป็นจึกค่ะ ทำไมต้องเป็นจึก? เพราะเวลาคุณหมอดึงเข็มออกมันดัง”จึก”จริงๆค่ะโดยเฉพาะตอนที่ปากเริ่มชาแล้ว) ถามว่าเจ็บไหม ณ ตอนนั้นก็เจ็บนะคะแต่ไม่มาก นิดหน่อยค่ะเหมือนทำฟัน และก็ตามด้วยจึกที่สองด้านใน คุณหมอรอให้ปากแนนชา ถามอยู่เรื่อยๆว่าชายัง เอามือมาดึงหนังปากล่างเรา ถามว่าชารึยังอยู่หลายครั้ง จนกระทั่งชาจริงๆ แนนเลยบอกคุณหมอว่า “ชาแล้ค่ะ”(มันชาจนพูดไม่ชัด) คุณหมอก็เริ่มฉีดยาชาต่อที่คางด้านนอก ไม่ต่ำกว่า 5จึก ซ้าย กลาง ขวา บน ล่าง อย่างเมามัน (ณ จุดนี้รู้สึกว่าปากล่างใหญ่มากค่ะ) พี่ผู้ช่วยพยาบาลมีหน้าที่หลักคือดึงปากล่างเราค่ะ(ปากล่างจะถูกดึงตลอดยันจบงาน) ครืดดดด… เสียงเครื่องเลเซอร์เริ่มทำงาน และหมอก็เริ่มใช้เลเซอร์ที่เป็นเหมือนเข็มไซส์ใหญ่ๆหรือหัวปากกา ทำนองนั้นค่ะ จี้ที่หนังปากด้านในของเราค่ะเพื่อเป็นการเปิดช่องตรงนั้นและเอาซิลิโคนใส่(ความรู้สึกตอนนี้ ไม่เจ็บเลยค่ะ เพราะด้านชาไปแล้ว แต่พอจะรู้ค่ะว่าคุณหมอทำอะไร) และกลิ่นเหม็นเนื้อไหม้ก็ตามมา รู้สึกได้เลยว่าเลือดไหลเยอะมากถึงแม้พี่ผู้ช่วยหมอจะดูดเลือดให้อยู่ตลอดก็ตาม แอบลืมตาขึ้นมาหน่อย เห็นเลือดตัวเองกระเด็นอยู่บนอากาศก็รีบหลับตาแทบไม่ทันเลยค่ะ เลาะตรงนั้นอยู่นาน มีช่วงที่รู้สึกว่าเจ็บ ก็บอกหมอ หมอเพิ่มยาชาให้อีกสองสามจึกที่คางด้านนอกค่ะ หลังจากนั้นพอเลาะได้เกือบสำเร็จ คุณหมอก็พูดขึ้นมาว่า “เนื้อเราบางจริงๆ หมอล่ะกลัว” อ้าววว…ในใจเราก็แป้วสิคะ จี้ไปจี้มาทะลุออกมานอกปากทำไง(ตอนนี้ ตัวเย็นมาก เท้านี้เกร็งนิ้วเกี่ยวกันไว้เลยค่ะ) คุณหมอทำไปร้องเพลงไป แลดูมีความสุขมาก แต่เราไม่(คือ กลัวมากๆ) คุณหมอบอกให้พี่ผู้ช่วยหยิบเครื่องมืออะไรสักอย่างมาซึ่งเราคิดว่าเป็นตะไบ และนำมาขูด ครืดๆๆๆ ที่ด้านในคางด้านซ้าย เรารู้สึกเจ็บๆปวดๆเลยบอกคุณหมอ คุณหมดฉีดยาชาให้อีก3-4จึกที่ฝั่งซ้าย ต่อมาก็ ครืดๆๆๆ ที่ด้านในคางฝั่งขวา(ข้างนี้เหลาเยอะกว่าข้างซ้ายมาก คุณหมอบอกว่าน่าเราสองข้างไม่เท่ากัน) เราจึงรู้สึกปวดมากกว่าข้างซ้าย ขอยาชาเพิ่มอีกไม่ต่ำกว่า6จึกที่คางฝั่งขวา และแถมอีก1จึกที่คางฝั่งซ้าย(ตอนนี้เรารู้สึกเหนื่อยมากค่ะ คือมันลุ้น ไม่ค่อยชอบตอนเหลา กลัว) ต่อมาคุณหมอบอกให้พี่ผู้ช่วยหยิบซิลิโคนมา แอบลืมตาดู พระเจ้ามันช่างใหญ่ยาวยิ่งนัก(ซิลิโคนอันนี้สีใสๆค่ะ แลดูแข็งๆเหมือนในรูปด้านล่างแต่สั้นกว่า ก็คิดเอาเองว่าเป็นแบบอเมริกาค่ะ) คุณหมอพยายามใส่ซิลิโคนนี้ลงไปตรงช่องที่เลาะ และสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นค่ะ ดึ๋ง… ขาซิลิโคนข้างขวามันกระเด้งออกมาพร้อมเลือดค่ะ “น้องเค้าไม่ต้องใช้แบบยาวมากเนาะ ไม่จำเป็น”(ในใจเรานี่แบบ เอายาวๆค่าคุณหมอๆๆ อย่าเปลี่ยนๆนะคะ) แต่เมื่อการคิ

Comments Off

Filed under เสริมคาง

ร้อยไหมหย่อนคล้อยมากและไม่ต้องการเสี่ยงกับผลแทรกซ้อนในระยะยาว

ร้อยไหมสามารถช่วยยกกระชับผิวได้มากกว่าไหม PDO ปกติทั่วไป สุขภาพผิวดีขึ้น ผิวดูใสขึ้น  มีความปลอดภัยสูง ไม่เกิดปฏิกิริยากับผิวเพราะสามารถละลายได้  ไม่ต้องผ่าตัด ไม่มีรอยแผลเป็น
ข้อเสีย : เนื่องจากเป็นไหมละลาย ผลของการยกกระชับจึงอยู่ไม่ถาวร ประมาณ 2-3 ปี อาจมีอาการบวม เขียวช้ำ ในบริเวณที่ทำได้ประมาณ 1 – 2 สัปดาห์ร้อยไหม.

ร้อยไหม
Omega Thread Lift
ไหมละลายก้างปลา เป็นวิวัฒนาการจากไหมละลาย PDO(polydioxanone) ซึ่งเป็นไหม PDO ที่มีขนาดของเส้นไหมใหญ่ขั้นกว่าปกติ 10เท่า และมีเงี่ยงเล็กๆ ยื่นออกเป็นกิ่งเล็กๆตลอดความยาวของเส้นไหม ที่บริเวณเงี่ยงเล็กๆนี้จะทำหน้าที่เป็นตะขอเกี่ยวผิวหนังให้ถูกดึงรั้งขึ้นไปยังทิศทางที่ต้องการ ซึ่งจะสามารถยกกระชับผิวหน้าในรายที่มีความหย่อนคล้อยมากๆได้ ในผู้ป่วยบางรายอาจทำร่วมกับการตัดผิวหนังส่วนเกินออกด้วย ซึ่งผลิตให้เป็นไหมที่สามารถละลายได้ภายในระยะเวลา 1 ปี จึงเป็นที่นิยมในกลุ่มของผู้ที่มีปัญหาความหย่อนคล้อยมากและไม่ต้องการเสี่ยงกับผลแทรกซ้อนในระยะยาว

ร้อยไหมยกกระชับ คือการยกกระชับผิวและฟื้นฟูผิวโดยการ ร้อยไหมละลายชนิด PDO ( Polydioxanone ) เทคนิคเกาหลีแท้ ซึ่งเป็นไหมละลายที่มีความปลอดภัยสูง ไหมละลายชนิดนี้แต่เดิมใช้ในการเย็บเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน  หรือเส้นเลือดในร่างกายจากนั้นร่างกายจะค่อยๆกำจัดออกจากร่างกายภายใน 6 เดือน  ซึ่งบริเวณที่ร้อยไหมจะเกิดการกระตุ้นการสร้างเส้นเลือดใหม่ ส่งผลให้เกิดการกระตุ้นเซลล์ที่สร้างเส้นใยคอลลาเจน  ทำให้เกิดการสร้างคอลลาเจนมาพันรอบแนวเส้นไหมซึ่งจะส่งผลให้เกิดการตึงรั้งผิวผิวจึงเต่งตึง กระชับ นอกจากนี้ยังช่วยกระตุ้นเมตาบอลิซึ่มได้ดีอีกด้วย ร้อยไหม จึงทำให้เลือดสามารถไหลเวียนไปยังบริเวณดังกล่าวได้ดี การใช้ไหมละลายจึงเป็นการฟื้นฟูสภาพผิวพร้อมยกกระชับด้วย

ร้อยไหมเพื่ออะไร

การร้อยไหม ช่วยในเรื่องการยกกระชับ การปรับรูปผิวและฟื้นฟูสภาพผิวบริเวณที่ทำ ซึ่งถือเป็นทางเลือกใหม่ของผู้ที่ไม่อยากเจ็บ ไม่ต้องการผ่าตัด และและไม่เสียเวลาในการพักฟื้นจากศัลยกรรม

ร้อยไหมให้ผลลัพธ์อย่างไร

หลังการร้อยไหมคนไข้จะรู้สึกความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นทันทีและจะเริ่มเห็นผลชัดเจนมากขึ้นภายใน 1-2 เดือน แต่จะเห็นผลชัดเจนที่สุดเมื่อถึง 6 เดือนและอาจอยู่ได้นาน 1-3 ปี ขึ้นกับการดูแลรักษาของคนไข้ผู้ได้รับการร้อยไหม เช่น ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ดูแลเอาใจใส่เรื่องการทานอาหาร ดื่มน้ำให้เพียงพอ การงดสูบบุหรี่    งดดื่มเครื่องดืมแอลกอฮอล์ และที่สำคัญที่สุดคือการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ

ร้อยไหมมีผลข้างเคียงอย่างไร

ผลข้างเคียงจากการร้อยไหมยกกระชับ ไม่รุนแรงนัก อาจมีแผลเล็กๆ หรือเลือดออกบ้างเพียงเล็กน้อยระหว่างทำการร้อยไหมแต่จะหยุดไปเองจากแผลที่ทำการร้อยไหมมีขนาดเล็กมาก นอกจากนี้อาจเกิดรอยซ้ำบ้างในบางรายขึ้นอยู่กับคนไข้ที่มีเส้นเลือดฝอยเยอะในบริเวณที่ทำการร้อยไหม ผิวจะแดงประมาณ 1-2 วัน และอาจบวมเล็กน้อยประมาณ 1 สัปดาห์ ทั้งนี้หลังจากการร้อยไหมสามารถแต่งหน้าได้ตามปกติ แนะนำให้กินยาแก้อักเสบลดบวม และยาฆ่าเชื้อหลังการทำตามที่แพทย์สั่งจนครบ

ร้อยไหมยกกระชับ สามารถทำได้บริเวณใดบ้าง

การร้อยไหมยกกระชับด้วยไหมละลาย ไหม PDO สามารถทำได้ทั้งในส่วนของใบหน้า ลำคอ แก้ปัญหาหน้าผาก คิ้วและหนังตาตก  ริ้วรอยที่แก้มและใต้ตา  แก้ปัญหามุมปากตก แก้มหย่อนคล้อย และคางสองชั้น

ในส่วนของลำตัว  ไหมละลาย ไหม PDO สามารถช่วยยกกระชับบริเวณหน้าท้อง เอว สะโพก  ทรวงอก ช่วยยกบั้นท้าย และ ต้นขา  นอกจากนี้ยังสามารถใช้ได้ผลดีกับบริเวณมือ และต้นแขน (ท้องแขนหย่อนคล้อย) อีกด้วย.

Comments Off

Filed under ร้อยไหม

เสริมจมูก ศัลยกรรมจมูก เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา

ศัลยกรรมจมูกเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา กระแสข่าว น้องบุ๋ม-ชไมภรณ์ แก้วเกื้อ อดีตนักกีฬากระโดดสูงทีมชาติไทย ซึ่งป่วยเป็นอัมพาตมานานกว่า 3 ปีหลังทำศัลยกรรมจมูก …กลายเป็นข่าวครึกโครม สร้างความกังวลใจให้กับ สาวๆ ที่มีความคิดอยากเสริมจมูก ต้องขยาดด้วยเกรงถึงผลข้างเคียงดั่งน้องบุ๋ม ศัลยกรรมจมูก.
ศัลยกรรมจมูก

เสริมดั้งแล้วสลบเป็นอัมพาต! ทำศัลยกรรมจมูกต้องเสี่ยงอะไรบ้าง
แม้จะยังไม่ได้ข้อสรุปที่ชัดเจนว่าอะไรคือ สาเหตุที่ทำให้อดีตนักกีฬาทีมชาติผู้นี้ต้องป่วยหนัก ทว่ากระแสข่าวเบื้องต้นมีการระบุไว้ ว่าอาจมาจากการติดเชื้อในสมอง! ได้ยินเช่นนี้แล้ว จึงต้องรีบไขรหัสโดยด่วนเพื่อคุณๆ ได้ทราบข้อมูลแบบเคลียร์ชัด ว่ามีโอกาสเกิดภาวะติดเชื้อในสมองจากการศัลยกรรมจมูกมาก-น้อยแค่ไหน และหากคิดจะผ่าตัดอัพดั้ง คุณต้องยอมรับภาวะเสี่ยงใดๆ อีกบ้าง?

โอกาสนี้ เราได้รับคำตอบแบบเจาะลึกจาก นายแพทย์สมศักดิ์ คุณจักร คุณหมอประจำศูนย์ศัลยกรรมเพื่อความงามโรงพยาบาลเกษมราษฎร์ ประชาชื่น และเจ้าของศัลยกรรมคลินิก (รัชดา24) ศัลยแพทย์ชื่อดังที่เล่าลือกัน ว่าดาราคนดังแวะเวียนมาทำศัลยกรรมกับท่านเพียบ! ศัลยกรรมจมูก

ศัลยแพทย์มากประสบการณ์ กล่าวถึงกรณีการผ่าตัดเสริมจมูกของนักกีฬาสาวทีมชาติตามตรง ว่าโดยส่วนตัวแล้วคงไม่สามารถอธิบายและสรุปสาเหตุที่แท้จริงได้ แต่ยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าว ตนก็ไม่เคยพบเจอมาก่อนเช่นกัน

“โดยส่วนตัวผมไม่ได้ตามเรื่องดังกล่าวโดยละเอียด แต่ได้ทราบคร่าวๆ ก็คือ ผ่าตัดแล้วไม่ฟื้นขึ้นมา แม้กระทั่งเรื่องว่าหมอที่ผ่าตัดเขาให้ยาอะไรบ้าง ผมก็ยังไม่รู้เลย ถ้ารู้ว่าให้ยาอะไร ให้ยาสลบหรือเปล่า เรายังพอพูดได้ แต่เท่าที่ตามข่าวคร่าวๆ ทราบมาว่า เขาไปตรวจที่โรงพยาบาลศิริราชมาแล้ว ซึ่งที่นั่นพิสูจน์แล้วว่าเกิดจากเชื้อไวรัส (virus) ชนิดหนึ่งซึ่งเผอิญมันอยู่ที่ผิวหนัง แล้วเชื้อไวรัสนี้มันก็เข้าไปในสมอง จึงทำให้เกิดการอักเสบในสมองขึ้นมาทำให้เขาไม่ฟื้น

ซึ่งในกรณีแบบนี้ ส่วนตัวผมตั้งแต่เกิดมาเพิ่งเคยได้ยินเพิ่งเคยเห็นนี่แหละ ถามว่ามีใครเจอมั้ย ไม่มี แม้กระทั่งหากไปอ่านรายงานการวิจัย ผมยังไม่แน่ใจเลยว่าจะเคยมีรายงานหรือเปล่า ในเรื่องที่ว่า ศัลยกรรมจมูกแล้วไม่ฟื้น”

เชื้อไวรัสเข้าสู่สมอง ผ่านทางใบหน้า-ผิวหนัง เรื่องจริงที่พบมาตั้งแต่อดีต

เสริมดั้งแล้วสลบเป็นอัมพาต! ทำศัลยกรรมจมูกต้องเสี่ยงอะไรบ้าง
ส่วนข้อสงสัยที่ว่าเชื้อไวรัสสามารถเข้าสู่สมองผ่านใบหน้าและจมูกได้อย่างไร มีโอกาสมากน้อยแค่ไหนนั้น ศัลยแพทย์มือฉมังระบุว่ามีกรณีแบบนี้มาตั้งแต่สมัยโบราณแล้วค่ะ ซึ่งโดยส่วนตัวคุณหมอเองก็เคยประสบพบเจอมาเช่นกัน

“การไม่ฟื้นหลังการผ่าตัด อาจจะเกิดจากการแพ้ยาสลบ แต่หากเป็นเช่นนั้นก็ฟื้นในเวลาไม่นาน แต่กรณีของน้องนักกีฬาทีมชาติไม่ใช่ เพราะสลบไปนาน และกลายเป็นอัมพาต ซึ่งกรณีนี้มันอาจคล้ายกับเหตุการณ์ของ คุณบิ๊ก ดีทูบี (อภิเชษฐ์ กิตติกรเจริญ อดีตนักร้องนำวง ดีทูบี) ที่เสียชีวิตจากการที่ประสบอุบัติเหตุจมน้ำ พอขึ้นจากน้ำมาก็ไม่ฟื้น เมื่อตรวจไปปรากฎว่าเชื้อโรคเข้าไปในสมองโดยผ่านทางจมูก กรณีนี้ก็เช่นกัน คิดว่าน่าจะคล้ายกัน คือ อะไรก็ตามที่เข้าสมองได้โดยผ่านผิวหนังใบหน้า มันมีมานานแล้ว

อย่างเช่นคนโบราณ เขาจะห้ามว่า ถ้ามีสิวอักเสบสิวหัวช้างที่ใบหน้า โดยเฉพาะตรงกลางใบหน้า ห้ามบีบ ถ้าบีบอาจตายได้ ซึ่งในอดีตมันก็มีอย่างนั้น แต่ทางการแพทย์เรารู้ว่าที่ตายไม่ใช่เพราะบีบสิว แต่เพราะว่าพอบีบแล้วมันเกิดแรงดัน ก็ทำให้เชื้อโรคที่อยู่ในหนองในฝี มันถูกแรงดัน อัดเข้าไปในกระแสเลือด จนกระจายไปทั่วตัว รวมทั้งเข้าไปในสมองด้วย แล้วก็ไปก่อตัวกลายเป็นฝีในสมอง พอเป็นฝีในสมองแล้ว คนไข้ก็มีอาการเป็นไข้หมดสติจนเสียชีวิตได้ คือ เชื้อโรคเข้าสู่สมองจากผิวหนัง หรือใบหน้านี่แหละ

โดยประสบการณ์ส่วนตัว ผมเคยเจอรายหนึ่งคล้ายแบบนี้ สมัยที่ผมเรียนศัลยกรรม คนไข้เป็นฝีบนใบหน้าอยู่ที่บริเวณแก้ม และเราทำการผ่าตัดเพื่อจะเอาฝีหนองนั้นออก มีการบีบ มีการกดเค้น ซึ่งทำตามหลักการแพทย์เลยครับ แต่ปรากฎว่า คนไข้เกือบหมดสติในเวลาถัดมาไม่นาน ซึ่งอาการนี้เขาเรียกว่า เชื้อโรคเข้าสู่กระแสเลือด คนไข้เหงื่อแตก ความดันตก เกือบช็อคเลย ทั้งที่เป็นแค่การผ่าตัดฝี ที่ดูเหมือนเป็นการผ่าตัดธรรมดา แต่บังเอิญว่าเชื้อโรคในฝีมันกระจายเข้าสู่กระแสเลือด และก็กระจายไปทั่วตัว คนไข้จึงเกิดอาการช็อค”

แม้แพทย์ทำความสะอาดเอี่ยมอ่อง แต่ก็ยังเสี่ยง ติดเชื้อได้.

Comments Off

Filed under ศัลยกรรมจมูก

ครีมทาท้อง โทนเนอร์ เป็นต้น สารตัวนี้จะซึมลึกลงไปในรูขุมขน พร้อมกับทำความสะอาด

ครีมทาท้อง เช่น กรดไฮดรอกซีเบต้า, BHA และกรดซาลิไซลิ ตัวอย่างเช่น กรดซาลิไซลิ เป็นกรดอ่อนๆที่ถูกนำมาใช้ในการรักษาโรคผิวหนังบางอย่าง รวมถึงใช้ในการรักษาสิว คุณสามารถพบสารตัวนี้ได้บ่อยครั้งในผลิตภัณฑ์ต่างๆ เช่น น้ำยาทำความสะอาด โทนเนอร์ เป็นต้น สารตัวนี้จะซึมลึกลงไปในรูขุมขน พร้อมกับทำความสะอาดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว และยังให้ผลต่อร่างกายเหมือนกับการทานยาแอสไพริน แต่ไม่ควรนำมาใช้ในกลุ่มผู้หญิงที่กำลังตั้งครรภ์ เพราะหลายการศึกษาชี้ให้เห็นข้อบกพร่อง ครีมทาท้อง

ครีมทาท้อง

ครีมทาท้อง และสภาวะแทรกซ้อนในการตั้งครรภ์มากมายหลายอย่างเลยทีเดียว เพื่อสุขภาพที่ดีของลูกน้อยในครรภ์ ควรให้ความใส่ใจต่อการเลือกครีมทาท้องที่มีความอ่อนโยน และไม่ส่งผลกระทบข้างเคียงต่อลูกน้อยของคุณ ปฏิเสธไม่ได้ว่า ช่วงตั้งครรภ์เป็นเวลาที่คุณผู้หญิงหลายคนใฝ่ฝันถึง แต่ทว่าขณะตั้งครรภ์ หลาย ๆ ท่านอาจมีอาการคันหน้าท้อง โดยเฉพาะช่วงระยะใกล้คลอด และเมื่อสำรวจดูอาจพบว่าผิวหนังบริเวณนั้นแตกเป็นร่องซะแล้ว ทำเอาบรรดาแม่ ๆ ทั้งหลายกลุ้มอกกลุ้มใจไปตาม ๆ กัน

เพราะถ้าเป็นแล้วร่องรอยที่เกิดจากการแตกลายจะติดอยู่กับหน้าท้องเป็นแผนที่โลกตลอดไป ปัญหาอันน่าหวั่นใจข้างต้น พญ.ธิศรา วีรสมัย สูตินรีแพทย์ประจำศูนย์สุขภาพผู้หญิง โรงพยาบาลพญาไท 1 ให้ความรู้ผ่านทีมข่าวว่า เกิดจากท้องของคุณแม่ตั้งครรภ์ยืดขยายอย่างรวดเร็ว ขณะเดียวกันพอมดลูกเริ่มขยายใหญ่ขึ้นจะดันกล้ามเนื้อท้องให้แยกออกมาด้วย ส่งผลให้ผิวบริเวณหน้าท้องของคุณแม่เกิดอาการแตกลายตามมานั่นเอง ซึ่งเห็นได้ชัดหลังอายุครรภ์ 3 เดือนเป็นต้นไป ครีมทาท้อง

Comments Off

Filed under ความสวย

รักแร้ดำ ถ้าเป็นไปได้ ควรเปลี่ยนใบมีดทุกๆ 2-3 ครั้งที่ใช้งาน เพราะการใช้ใบมีด

รักแร้ดำ เราต้องดูแลรักแร้วิธีอื่นควบคู่ไปด้วย ดังนี้ อย่างที่บอกคือ เมื่อปีที่แล้ว รักแร้เอ้ดำมาก ถึงขั้นวิกฤตจริงๆ ดังนั้น เอ้จึงอยากเอาประสบการณ์มาแชร์ และแนะนำวิธีการดูแลรักแร้อย่างถูกวิธีมาฝากค่ะ 1. ถ้าคุณใช้วิธีโกนขนรักแร้ คุณควรใช้มีดโกนที่คมอยู่เสมอ ถ้าเป็นไปได้ ควรเปลี่ยนใบมีดทุกๆ 2-3 ครั้งที่ใช้งาน เพราะการใช้ใบมีดที่ไม่คมพอในการโกนจะทำให้ผิวหนังระคายเคืองได้ง่าย (พอมีดไม่คม เราก็ขูดผิวเราซ้ำไปซ้ำมา กว่าจะโกนเกลี้ยง ผิวใต้วงแขนเราเลยโดนขูดจนถลอก และเมื่อรักแร้เสียดสีกันมากๆ ผิวก็ดูจะคล้ำขึ้นทันทีค่ะ) ที่สำคัญก่อนโกน รักแร้ดำ

รักแร้ดำ

รักแร้ดำ คุณควรใช้ตัวช่วย เช่น แป้งเด็ก หรือครีมโกนขนใต้วงแขนช่วย เพื่องดการสัมผัสโดยตรงระหว่างผิวและใบมีดคมๆค่ะ เมื่อก่อนเอ้ก็โกนค่ะ แต่โกนผิดหมดเลย ตั้งแต่ใช้มีดโกนซ้ำกันหลายๆครั้ง และชอบโกนแบบเพียวๆเลยไม่ใช้ตัวช่วย โกนเสร็จแสบรักแร้มาก แต่ก็ทน ผลออกออกมา คือ รักแร้ดำสนิทเป็นเทือกๆเลย ดังนั้นอย่าทำตามนะสาวๆ 2. ถ้าคุณถอน แนะนำให้ถอนตามแนวขน อาจจะเป็นหนังไก่ แต่ก็เป็นอีกทางเลือกนึงสำหรับคนที่ไม่ชอบโกนเพราะกลัวรักแร้ดำค่ะ หรือจะ แวกซ์ก็ได้นะคะ ลดการเกิดหนังไก่ได้ค่ะ 3. คุณไม่ควรใช้โรลออนที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอร์

หรือควรเลือกโรลออนที่whitening แทน แต่สำหรับเอ้ เอ้ใช้โรลออนสารส้ม (รู้สึกจะของอภัยภูเบศร์) ชุบน้ำแล้วก็ทา เอ้ชอบมากเลยค่ะ รับรองเต่าไม่ดำแน่นอน ลักษณะเป็นแบบนี้ค่ะ 4. สำคัญมากค่ะ ขัดรักแร้ทุกวันตอนอาบน้ำค่ะ เราต้องมั่นใจว่า เราขจัดสารตกค้างของโรลออนออกจนหมดก่อนเข้านอน เพราะสารเคมีใน Deodorant เนี่ยแหละที่ทำให้เต่าดำได้ ไม่ว่าจะใช้โรลออนประเภทไหนก็ตาม อาจจะใช้ใยบวบ ฟองน้ำขัดตัว หรืออะไรก็แล้วแต่ในการขัด แต่เน้นว่า อย่าขัดแรงนะคะ เดี๋ยวเต่าถลอกนะ แต่ก่อน เอ้ใช้โรลออนแบบแป้งค่ะ ซึ่งล้างออกค่อนข้างยาก รักแร้ดำ

Comments Off

Filed under ความสวย

ลดโหนกแก้ม วางแผนการผ่าตัดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ให้ดีที่สุด โดยที่แผลจะอยู่ในปาก

ลดโหนกแก้ม ที่มีความสลับซับซ้อนยิ่งขึ้น เนื่องจากก่อนที่จะเริ่มทำการตัดกระดูกโหนกแก้มและเลื่อน จำเป็นต้องมีการ X-ray ใบหน้า เพื่อตรวจกระดูกรูปลักษณะของใบหน้าโดยละเอียด  เพื่อที่จะทำการวัดค่าต่างๆ บนใบหน้า และทำกรประเมินวางแผนการผ่าตัดเพื่อให้ได้ผลลัพธ์ให้ดีที่สุด โดยที่แผลจะอยู่ในปากของคนไข้เช่นกัน และมีไทเทเนียมยึดโหนกแก้มหลังจากรับการผ่าตัดโหนกแก้ม ข้อดีของวิธีการตัดกระดูกโหนกแก้มและเลื่อน คือ สามารถที่จะทำการตกแต่งบริเวณรูปร่างของโหนกแก้มได้ดี และสามารถที่จะลดขนาดโหนกแก้มได้มาก ข้อเสียของการตัดกระดูก ลดโหนกแก้ม

ลดโหนกแก้ม

ลดโหนกแก้ม และเลื่อน คือ ใช้ระยะเวลาในการผ่าตัดโหนกแก้มค่อนข้างนาน ประมาณ 2-3 ชั่วโมง และเหมาะสำหรับคนไข้ที่มีขนาดของโหนกแก้มที่โตมาก ต้องการลดขนาดโหลกแก้มมากๆ หลังจากเข้ารับการผ่าตัดโหนกแก้ม คนไข้จะต้องนอนพักที่โรงพยาบาลประมาณ 2-3 วัน เพื่อให้แพทย์ประเมินอาการหลังการผ่าตัด เมื่อแพทย์อนุญาติให้กลับบ้านได้ จึงสามารถเดินทางกลับบ้านได้ สำหรับผู้ที่มีโหนกแก้มสูง ทำให้ใบรูปหน้าดูแข็ง ไม่อ่อนหวาน มีความต้องการที่จะทำการศัลยกรรมเพื่อลดโหนกแก้ม ควรที่จะถามตัวคุณเองให้ดีเสียก่อนว่า มีความต้องการที่จะทำอะไร

เพราะอะไร ควรคิดให้ดีก่อนนะค่ะ เนื่องจากการผ่าตัดโหนกแก้มนั้น เป็นการผ่าตัดใหญ่ แต่ที่ Clinic เราสามารถทำให้คุณมีรูปใบหน้าที่เรียวสวยได้รูปมากยิ่งขึ้น เป็นอีกหนึ่งโครงสร้างสำคัญบนใบหน้าที่บ่งบอกถึงลักษณะความเป็นเพศชายและเพศหญิง เพศชายจะมีโหนกแก้มสูง มองเห็นโครงกระดูกชัดเจน ทำให้ใบหน้าดูแข็ง มีความดุดัน สมความเป็นชาย ส่วนเพศหญิงจะมีโหนกแก้มที่ไม่สูงจนเกินไป เป็นเพียงเนินนูนขึ้นมาพอสวยงาม ทำให้ใบหน้าดูอ่อนหวานสมกับเป็นหญิง แต่ผู้หญิงบางคนมีโหนกแก้มที่สูงหรือโหนกแก้มใหญ่จนเห็นได้ชัด ลดโหนกแก้ม

Comments Off

Filed under ความสวย

ศัลยกรรมหน้าเรียว กระดูกคางออกสามส่วน จะตัดตรงกลางเป็นข้อเส้นตรงรูปตัวที

ศัลยกรรมหน้าเรียว ใบหน้าด้านข้างจะดูมีมิติแน่นอน และ ด้านหน้าจะเล็กลงด้วย  เพราะตั้งแต่หูลงมาจนถึงคางจะเรียวเล็กลง จะดูเป็นธรรมชาติ เมื่อที่มองจากด้านหน้าบริเวณความกว้าง T-zone และV-Line จะสมดุลกัน ถ้าคางยังไม่ได้รูปก็จะตัดกระดูกคางออกสามส่วน จะตัดตรงกลางเป็นข้อเส้นตรงรูปตัวที แล้วก็ดึงตรงกลางออก พอดึงตรงกลางออกปุ๊บ แล้วประกบกระดูกเข้าไปคางก็จะเล็กลง หรืออาจจะใช้วิธีการตัดกระดูกแนวกราม แล้วเลื่อนกระดูกลงเพื่อไปเชื่อมให้คางดูยาวขึ้นก็ได้ โหนกแก้มสาวเอเชียก็จะเห็นกันเยอะ บางคนโหนกแก้มสูง เช่น แพนเค้ก หรือ เอิ๊กเลยตัวดี ศัลยกรรมหน้าเรียว

ศัลยกรรมหน้าเรียว

ศัลยกรรมหน้าเรียว ซึ่งแพทย์วิเคราะห์บอกว่าถ้าเอิ๊กจะทำให้เอิ๊กเอาจุดนี้ออก จุดนี้ก็จะโค้งเป็นรูปตัววีสวยขึ้น ไม่ดูสะดุดที่กระดูกโหนกแก้มอีกต่อไป ดูอ่อนเยาว์ลงด้วย (แค่นี้ยังอ่อนไม่พอเหรอ) เป็นการผ่าตัดที่รักษาความผิดปกติของรูปหน้าที่มีคางยื่นยาวออกมา บางรายก็อาจจะมีอาการ ” ฟันล่างครอบฟันบน ” ร่วมด้วย สังเกตุง่ายๆว่าขากรรไกรล่างใหญ่ ยื่นออกมาข้างหน้าและยาวกว่าขากรรไกรบน ก็จะผ่าตัดแต่งกระดูกคางที่ยื่นออกมากลับเข้าที่ เมื่อทำการตัดแล้วกระดูกก็จะการเชื่อมด้วยตัวมันเอง จะทำให้คางสั้นลงได้และใบหน้าดูเล็กลงได้ การมีรูปปากหรือคางที่ยื่นออกมา

จะทำให้ปากเราดูดุดัน และการที่ปากเรายื่นออกมา จะทำให้หน้าตาเราดูบึ้งตึงเหมือนคนที่กำลังโกรธอยู่ แม้ว่าจะทำหน้าปกติก็ตาม ทำให้คู่สนทนาอาจเกิดความเข้าใจผิดได้ง่าย บางครั้งการที่ปากยื่นอย่างเดียว แต่ทุกอย่างสมส่วนก็อาจทำให้ รูปหน้าดูไม่สวยได้แม้จะมีการจัดฟันก็แล้ว ถอนฟันก็แล้ว เราอาจจะมีการตัดแก้ไขเหงือก และ กระดูกช่วงปากที่ยื่นออกมาได้ บางรายอาจจำเป็นต้องใส่ยางยึดฟันบนและฟันล่างไว้ ซึ่งก่อนการผ่าตัด จะต้องมีการเอ็กซเรย์ก่อนเพื่อดูเส้นประสาท กระดูก เส้นเลือด ฯลฯ และ รับการปรึกษาเกี่ยวกับการจัดฟัน ศัลยกรรมหน้าเรียว

Comments Off

Filed under ความสวย