ครีมรักษาฝ้า ฝ้า (Melasma) ปัญหาสุดกลุ้มของผิวพรรณ

ครีมรักษาฝ้า ฝ้า (Melasma) ปัญหาสุดกลุ้มของผิวพรรณ ที่เรียกได้ว่าเป็นญาติสนิทกับรอยกระ เพราะกระบวนการเกิดนั้นคล้ายคลึงกันมาก แต่ฝ้าจะมีบริเวณที่กว้างกว่า มองเห็นได้ชัดกว่า สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกส่วนองใบหน้า แต่ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีฝ้าบริเวณโหนกแก้ม โดยตัวเลขเฉลี่ยของคนที่เป็นฝ้าส่วนใหญ่จะเริ่มจากวัย 30 ปีขึ้นไป ครีมรักษาฝ้า.

ครีมรักษาฝ้า

ครีมรักษาฝ้า สาเหตุการเกิดฝ้า
ฝ้าเกิดจากอะไร ? ฝ้า หรือ Melasma เกิดจากการที่เม็ดสีผิวหรือเม็ดสีเมลานิน (Melanin pigment) ทำงานมากเกินไป จึงทำให้สีผิวไม่สม่ำเสมอ เนื่องมาจากเจ้าเม็ดสีเมลานินนั้นมีหน้าที่กรองรังสียูวี เมื่อผิวได้รับแสงแดดมากขึ้น เมลานินก็จะถูกผลิตออกมามากขึ้นตามไปด้วย โดยรังสีที่มีผลต่อการเกิดฝ้าคือ “รังสี UVA” ซึ่งรังสียูวีเอจะมีช่วงคลื่นที่ยาวกว่ารังสียูวีบี จึงสามารถทำลายผิวได้ลึก จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมเมื่อตากแดดนาน ๆ แล้วผิวถึงคล้ำเสียได้ และนอกจากแสงแดดแล้ว เรื่องของการใช้เครื่องสำอางบางชนิด การทานยาบางชนิด เช่น ยาคุมกำเนิด รวมไปถึงฮอร์โมนและกรรมพันธุ์ ก็เป็นสาเหตุของการเกิดฝ้าได้เช่นกัน (ถ้าสาเหตุการเกิดฝ้ามาจากกรรมพันธุ์ โอกาสฝ้าจะกลับมาเกิดซ้ำจะมีสูงมาก และปริมารอาจเท่าเดิมหรือลดลงกว่าเดิมเล็กน้อย จึงไม่คุ้มค่ากับการทุ่มเงินรักษาเท่าไหร่)

ฝ้าต่างจากกระ “เพราะฮอร์โมน” ถ้าเป็นกระส่วนใหญ่แล้วจะเกิดจากแสงแดด ความร้อน และอายุ แต่ในกรณีของฝ้ามักจะมีปัจจัยฮอร์โมนเข้ามาค่อนข้างเยอะ เช่น มีการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนอย่างรวดเร็วตอนตั้งครรภ์ รวมไปถึงการที่ฮอร์โมนลดลงอย่างรวดเร็วก็ทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน อย่างช่วงการเข้าสู่วัยทอง และวัยหมดประจำเดือน เป็นต้น

ประเภทของฝ้าครีมรักษาฝ้า
ฝ้าแบบตื้น จะอยู่ในระดับผิวหนังกำพร้า (ผิวหนังชั้นนอก) ฝ้าชนิดนี้จะเป็นสีน้ำตาล ขอบชัด เกิดขึ้นได้ง่าย และสามารถรักษาให้หายได้โดยใช้เวลาไม่นาน
ฝ้าแบบลึก จะอยู่ในระดับที่ลึกกว่าผิวหนังกำพร้า ความลึกของมันจะทำให้เกิดการแสดงสีออกมาเป็นสีน้ำตาลอมฟ้าหรือสีน้ำตาลอมม่วง เป็นฝ้าที่รักษาได้ยาก การทายามักให้ผลเพียงแค่ทำให้ดูจางลงเท่านั้น
วิธีรักษาฝ้า
การป้องกันเป็นเรื่องสำคัญที่สุด คุณควรเริ่มต้นจากการหลีกเลี่ยงแสงแดด ถ้าหากต้องเผชิญแสงแดดก็ควรแต่งกายแบบไม่เผยผิวพร้อมกับทาครีมกันแดดเพื่อป้องกันผิวจากรังสียูสี โดยเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF30 ขึ้นไป และต้องเป็นแบบ PA+++ ด้วย ถึงจะช่วยปกป้องผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ แต่ถ้าต้องอยู่ภายใต้แสงแดดตลอดทั้งวัน คุณอาจเลือกใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูงมากกว่านี้ แต่ให้หมั่นทาครีมกันแดดบ่อย ๆ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าครีมกันแดดยังมีประสิทธิภาพดีพอต่อการป้องกันแสงแดด ส่วนไอร้อนจากเตา รังสีจากหน้าจอคอมพ์ ก็เป็นเหตุทำให้เกิดฝ้าได้เช่นกัน ดังนั้นเลี่ยงได้ควรเลี่ยงเลย นอกจากนี้คุณควรสังเกตตัวเองด้วยว่าเรารับประทานยาอะไรที่เสี่ยงต่อการเกิดฝ้าหรือเปล่า เช่น ยาคุมกำเนิด ใช้เครื่องสำอางอะไรแล้วแพ้จนเป็นรอยคล้ายฝ้าหรือไม่ (ส่วนมากแล้วจะเป็นเครื่องสำอางที่มีส่วนผสมของน้ำหอมจะเป็นตัวการทำให้เกิดฝ้าลึก รวมไปถึงครีมทาผิวประเภทไวท์เทนนิ่งที่มีส่วนผสมของสารอันตรายอย่างสาร “ไฮโดรควิโนน“) เป็นต้น
ดูแลตัวเองจากภายใน นอกจากการทายา ทำทรีทเม้นท์ รวมไปถึงการรักษาด้วยวิธีต่าง ๆ ในระหว่างการรักษาเราสามารถดูแลตัวเองจากภายในได้โดยการรับประทานทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของวิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ที่เป็นตัวช่วยทำให้ผิวแข็งแรงขึ้น เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ฝ้าขยายตัวใหญ่ขึ้นนั่นเอง
เลือกใช้ครีมบำรุง (ครีมรักษาฝ้า) การเลือกครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ AHA, วิตามินซี, อาร์บูติน (Arbutin), กรดโคจิก (Kojic) รวมไปถึงครีมทาฝ้า ครีมแก้ฝ้า หรือครีมรักษาฝ้าต่าง ๆ ก็สามารถทำให้ฝ้าจางลงและทำให้หน้าดูกระจ่างใสขึ้นได้ เพียงแต่ต้องใช้ระยะเวลานานหน่อยเท่านั้น
สูตรหัวไชเท้า สูตรรักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้า คุณสามารถทำได้ง่าย ๆ เพียงแค่นำหัวไชเท้าบดหยาบ ๆ มาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 10-20 นาที (แล้วแต่สภาพหน้าของแต่ละคนว่ารับได้แค่ไหน ส่วนคนที่มีผิวแพ้ง่ายไม่ควรใช้สูตรนี้) แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น ให้คุณทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง หรือวันเว้นวัน ก็จะช่วยลดฝ้าทำให้ฝ้าดูจางลงได้มากเลยทีเดียว และนอกจากจะช่วยลดฝ้าได้แล้วหัวไชเท้ายังมีสรรพคุณช่วยลดริ้วรอยต่าง ๆ และทำให้หน้ากระจ่างใสขึ้นได้อีกด้วย แต่หลังจากล้างหน้าด้วยน้ำอุ่นแล้ว ก็ให้กระชับรูขุมขนด้วยโทนเนอร์หรือน้ำเย็นเพื่อป้องกันไม่ให้รูขุมขนกว้างด้วยล่ะ
รักษาฝ้าด้วยหัวไชเท้า
สูตรว่านหางจระเข้ วิธีรักษาฝ้าแบบธรรมชาติ ให้คุณใช้ว่านหางจระเข้ 1 ใบใหญ่ (เลือกใบล่าง ๆ แบบที่แก่แล้ว) นำไปแช่น้ำประมาณ 10 นาที จากนั้นก็ปอกเปลือกออกและล้างให้สะอาด นำไปปั่นหรือบดก็ได้ตามถนัด แล้วจึงนำมาพอกหน้าทิ้งไว้ประมาณ 15-20 นาที โดยสูตรนี้หากทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ก็จะช่วยให้ฝ้าหายได้ไวยิ่งขึ้น
สมุนไพรรักษาฝ้าบนใบหน้า
สูตรมะขามเปียก อีกหนึ่งวิธีรักษาฝ้าด้วยสมุนไพร ให้คุณนำเนื้อมะขามเปียกมาพอกหรือทาบาง ๆ บริเวณผิวที่เป็นรอยฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 3-5 นาที แล้วล้างออก วิธีนี้จะช่วยผลัดเซลล์ผิวเก่าทำให้รอยฝ้าดูจางลงและยังช่วยลดรอยด่างดำได้ด้วย แต่ถ้าที่บ้านคุณไม่มีมะขามเปียก ก็อาจเลือกใช้เป็นน้ำมะนาวหรือน้ำมะกรูดแทนก็ได้
สูตรใบบัวบก สมุนไพรรักษาฝ้าอีกสูตร ซึ่งจากการวิจัยพบว่าใบบัวบกนั้นมีสรรพคุณในการช่วยรักษาอาการของโรคผิวหนังได้ โดยเฉพาะฝ้า กระ และสิว วิธีใช้ก็ไม่ยาก เพียงแค่นำมาปั่นแล้วใช้น้ำใบบัวบกมาเช็ดหน้าแทนการใช้โทนเนอร์ก่อนนอนทุกวัน เพียงเท่านี้รอยฝ้าต่าง ๆ ก็จะค่อย ๆ จางลง เหลือไว้แต่เพียงหน้าอันขาวเนียนสดใส
สูตรไข่ขาว เพียงแค่นำไข่ขาวบริเวณรอบ ๆ ไข่แดง (เฉพาะไข่ขาว) มาทาบาง ๆ ให้ทั่วบริเวณที่เป็นฝ้า ทิ้งไว้ประมาณ 5-10 นาที ไข่ขาวจะช่วยดูดซับรอยฝ้าและสิ่งสกปรกให้หมดไปจากใบหน้าของคุณได้
สูตรน้ำแอปเปิ้ลไซเดอร์ ใครจะรู้ว่าน้ำส้มสายชูจากผลแอปเปิ้ลจะมีประโยชน์ในด้านการช่วยดูแลผิวพรรณได้ตั้งแต่หัวจรดเท้า เนื่องจากในน้ำส้มสายชูนั้นมีฤทธิ์กรด จึงช่วยทำให้ผิวดูกระจ่างใสและเนียนนุ่มขึ้นได้ เพียงแค่คุณนำมันมาผสมกับน้ำเปล่าเล็กน้อย แล้วใช้สำลีชุบและเช็ดให้ทั่วใบหน้า รอจนแห้วแล้วจึงล้างออก

ลอกฝ้าด้วยกรด TCA, กรด AHA ฯลฯ (Chemical peeling) นับว่าเป็นวิธีที่ปลอดภัย (แม้ว่าจะได้ผลช้า) ที่สามารถช่วยทำให้เซลล์ผิวชั้นบนกับเม็ดสีเมลานินหลุดออกมาได้ โดยเป็นการผลัดเซลล์ผิวเก่าและช่วยผลักดันให้เซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาแทนที่ แต่หลังการทำทรีทเม้นท์นี้หน้าของคุณจะไวต่อแสงแดดมาก จึงต้องป้องกันให้ดีหลังการทำ คลินิกที่ให้บริการทรีทเม้นท์ตัวนี้จะแนะนำให้ทำเพียงสัปดาห์ละ 1 ครั้ง ครีมรักษาฝ้า.

 

 

 

Comments Off

Filed under Uncategorized

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ สูตรนี้ก็จะคล้ายกับสูตรควบคุมน้ำหนักสูตรที่ 6 นะคะ

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ สูตรนี้ก็จะคล้ายกับสูตรควบคุมน้ำหนักสูตรที่ 6 นะคะ ซึ่งวิธีการปฏิบัติก็เช่นเดียวกันค่ะ แต่จะเปลี่ยนรายการอาหารบางอย่าง ให้เข้ากับปากคนไทยอย่างเราค่ะ โดยรับประทาน 3 วันต่อเนื่องเช่นกัน จากนั้นจะหยุดมารับประทานตามปกติ แล้วค่อยมาเริ่ม 3 วันต่อเนื่องใหม่ อีกสักรอบสองรอบตามที่ต้องการก็ไม่มีปัญหาค่ะ ซึ่งจะเป็นการปรับกระเพาะอาหารให้มีขนาดเล็กลงด้วยนะคะ วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ
วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

วันที่ 1
อาหารเช้า
ชา/กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล หรือ น้ำส้ม*
ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น
ไข่ต้ม 1 ฟอง
ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
ผลไม้ 1 อย่าง*

อาหารกลางวัน
ชา/กาแฟ ไม่ใส่น้ำตาล หรือ น้ำส้ม*
ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น
ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน
ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*

อาหารเย็น
น้ำส้ม
ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
เนื้อไม่ติดมัน ย่างหรือนึ่ง ห้ามใช้น้ำมัน
วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ
วันที่ 2
อาหารเช้า
น้ำส้ม
นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc)
ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น
ไข่ต้ม 1 ฟอง
ผลไม้

อาหารกลางวัน
น้ำส้ม
ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น
ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
ผลไม้

อาหารเย็น
น้ำส้ม
นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc)
ปลานึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน
ผัก ต้มจิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
ผลไม้วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ

วันที่ 3
อาหารเช้า
น้ำส้ม
นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc)
ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น
ผลไม้
โยเกิร์ต

อาหารกลางวัน
น้ำส้ม
ขนมปังปิ้งจนแห้ง ไม่ทาอะไร 1 แผ่น
ไข่ต้ม 1 ฟอง
ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*

อาหารเย็น
น้ำส้ม
นมสด 1 แก้วเล็ก (200 cc)
ปลา/เนื้อนึ่ง หรือ ย่าง ห้ามใช้น้ำมัน
ผัก จิ้มน้ำพริก หรือ ยำผักโดยไม่ใส่เนื้อสัตว์ใดๆ หรือ ส้มตำผักล้วน*
ผลไม้วิธีลดน้ําหนักแบบธรรมชาติ.

 

Comments Off

Filed under Uncategorized

ครีมลดริ้วรอย ร้อยทั้งร้อยเชื่อเลยว่าทุกคนคงไม่อยากมีใครให้หน้าตัวเองเหี่ยวย่น

ครีมลดริ้วรอย ร้อยทั้งร้อยเชื่อเลยว่าทุกคนคงไม่อยากมีใครให้หน้าตัวเองเหี่ยวย่น จนดูแก่ก่อนวัยหรอกจริงไหม๊? แต่ทว่าความเสื่อมโทรมของผิวหนังนั้นถือเป็นเรื่องธรรมชาติที่ไม่อาจปฏิเสธได้ นี่จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ใครหลาย ๆ คนที่กำลังก้าวเข้าสู่เลข “3” เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับริ้วรอยเหี่ยวย่นบนใบหน้า โดยเฉพาะจุดที่เห็นได้เด่นชัดที่สุดอย่าง “ริ้วรอยร่องแก้ม” ที่จากเดิมเคยเรียบตึงกระชับตอนนี้กลับกลายเป็นร่องขึ้นมาซะอย่างงั้น เห้อ…ยิ่งคิดก็ยิ่งกลุ้ม ครีมลดริ้วรอย.

ครีมลดริ้วรอย

ครีมลดริ้วรอย วิธีลดร่องแก้ม

ออกกำลังกายเป็นประจำ การออกกำลังกายเป็นประจำก็สามารถช่วยเพิ่มเลือดไปเลี้ยงส่วนต่าง ๆ ของร่างกายได้เป็นอย่างดี ดังนั้นจึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมนักกีฬาหรือผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำจะมีใบหน้าที่แสนอ่อนเยาว์และไร้ริ้วรอยอยู่ตลอดเวลา เพราะการออกกำลังกายนั้นสามารถช่วยลดการเกิดริ้วรอยต่าง ๆ รวมทั้งริ้วรอยร่องแก้มได้อย่างไม่น่าเชื่อ ครีมลดริ้วรอย
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ไม่ว่าจะเป็นผักใบเขียว ผลไม้ หรืออาหารทะเล ซึ่งอาหารเหล่านี้จะอุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินซี วิตามินอี รวมถึงเกลือแร่ที่มีส่วนช่วยทำให้ผิวสดใสและคงความชุ่มชื่นอยู่เสมอ และที่สำคัญคุณควรดื่มน้ำเปล่าอย่างน้อยวันละ 8 แก้ว เพื่อช่วยบำรุงผิวให้ดูและช่วยระบบการทำงานของร่างกายให้เป็นปกติ
อาหารเสริมช่วยได้ ให้เลือกอาหารเสริมหรือวิตามินที่ช่วยเสริมความแข็งแรงและฟื้นฟูสภาพผิว ปกป้องผิว ลดรอยเหี่ยวย่น และป้องกันการทำลายของอนุมูลอิสระอันเป็นสาเหตุทำให้เกิดภาวะไม่สมดุลของพลังงาน อย่างเช่น วิตามินซี 1,000 มิลลิกรัม วันละ 1 เม็ดครีมลดริ้วรอย
เลือกใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวที่ช่วยกักเก็บและเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวเป็นประจำ อย่างพวกครีมหรือเซรั่มที่มีสารบำรุงผิวให้ความชุ่มชื้นและชะลอการเกิดริ้วรอย โดยเฉพาะอย่างยิ่งถ้าใครเป็นคนผิวแห้งก็ยิ่งไม่ควรละเลยการทาครีมบำรุงโดยเด็ดขาด ส่วนเวลาทาครีมนั้นก็ให้ปัดขึ้นเสมอ (ประมาณ 10-20 ครั้ง) โดยใช้นิ้วกลางปักจากลางริมฝีปากไล่เรื่อยไปหาโหนกแก้มแต่งหน้าลดร่องแก้ม ด้วยเทคนิคดังต่อไปนี้จะช่วยทำให้คนที่มีปัญหาร่องแก้มลึกมีผิวเรียบเนียนได้อย่างไม่ยากเย็น ! โดยเริ่มจากให้แต้มครีมรองพื้น 5 จุด ให้ทั่วทั้งใบหน้า (หน้าผาก, จมูก, คาง และแก้มทั้งสองข้าง) จากนั้นให้ใช้ฟองน้ำเกลี่ยให้ทั่วใบหน้าจนเรียบเนียน ส่วนบริเวณร่องแก้มให้ใช้คอนซีลเลอร์ชนิดดินสอเนื้อบาง ๆ ที่สีสว่างกว่าผิวจริง (คอนซีลเลอร์เนื้อดินสอจะเกาะผิวได้ดีกว่าชนิดอื่น ๆ) โดยเขียนลงไปบริเวณร่องแก้ม แล้วใช้ปลายนิ้วกลางค่อย ๆ ตบและเกลี่ยคอนซีลเลอร์แบบเบา ๆ จนกระทั่งเนื้อครีมเรียบกลมกลืนไปกับผิว (สาเหตุที่เป็นนิ้วกลางก็เพราะว่า นิ้วกลางจะมีคุณสมบัติในเรื่องของความอุ่นที่ช่วยทำให้ครีมรองพื้นและคอนซีลเลอร์ผสมเป็นเนื้อเดียวกัน และช่วยลดปัญหารองพื้นเป็นคราบระหว่างวันได้เป็นอย่างดี) จากนั้นให้ใช้แป้งฝุ่นปัดทับเบา ๆ ให้ทั่วใบหน้าเพื่อรองพื้นเซตตัว แล้วจึงค่อยแต่งหน้าในขั้นตอนอื่นต่อไปครีมลดริ้วรอย.

Comments Off

Filed under สิว ริ้วรอย

กินวิตามินตอนไหนดี วิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด

กินวิตามินตอนไหนดี วิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สำหรับคนที่สงสัยว่าวิตามินซี กินตอนไหน ถึงจะเป็นผลดีมากที่สุด การได้รับวิตามินซีเข้าสู่ร่างกายนั้นควรเป็นเวลาหลังอาหารเช้า กินวิตามินตอนไหนดี.

กินวิตามินตอนไหนดี

กินวิตามินตอนไหนดี เนื่องจากช่วงเวลาที่ร่างกายจะดูดซึมสารอาหารได้ดีอยู่ในช่วงเช้าของแต่ละวัน เวลาประมาณ 9-10 โมง และควรรับประทานวิตามินซีหลังอาหาร เพราะวิตามินซีที่ร่างกายดึงไปใช้ได้นั้นจะต้องมีตัวนำพา เช่น อาหาร ผักใบเขียว ผลไม้ต่างๆที่ให้วิตามินซีสูง หากได้รับวิตามินซีขณะที่ท้องว่าง ร่างกายจะไม่มีตัวนำพาหรือตัวให้ดูดซึม สุดท้ายน้ำที่เราดื่มเข้าไปก็จะไปละลายวิตามินซี และโดนขับออกเป็นปัสสาวะ
อีกเหตุผลสำคัญที่ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานวิตามินซีตอนท้องว่าง เนื่องจากวิตามินซีมีคุณสมบัติเป็นกรดซึ่งคงไม่ค่อยดีแน่ถ้าเรารับมันเข้าสู่ร่างกายตอนท้องว่าง และไม่ควรรับประทานวิตามินซีก่อนนอน เพราะจากค้นคว้าวิจัยพบว่า วิตามินซีอาจจะทำให้ร่างกายตื่นตัว ซึ่งจะทำให้การนอนหลับยากขึ้น ทำให้ร่างกายไม่ได้รับการพักผ่อนอย่างเพียงพอกินวิตามินตอนไหนดี

ปริมาณวิตามินซี ที่ควรได้รับต่อวัน
นอกจากจะทราบกันไปแล้วว่าวิตามินซี กินตอนไหนดีที่สุด สิ่งที่ต้องทำความเข้าใจกันต่อไปก็คือปริมาณวิตามินซีที่ควรจะได้รับในแต่ละวันนั้นแตกต่างกันออกไปตามวิถีชีวิต และความแข็งแรงของสุขภาพร่างกาย รวมถึงวัตถุประสงค์ของการใช้วิตามินซี โดยองค์การอาหารและยาของประเทศสหรัฐอเมริกาแนะนำให้ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 15 ปีขึ้นไปควรได้รับวิตามิน ซี ในปริมาณที่เหมาะสม คืออย่างน้อย 60 มิลลิกรัมต่อวัน เนื่องจากวิตามินซี เป็นวิตามินที่ละลายน้ำและถูกขับออกทางปัสสาวะได้ ดังนั้น จึงควรบริโภคอย่างสม่ำเสมอทุกวันกินวิตามินตอนไหนดี
นอกจากนี้ วิตามินซียังมีบทบาทในเป็นตัวช่วยกำจัดอนุมูลอิสระ โดยที่มีการศึกษาอย่างต่อเนื่องกว้างขวาง ในบางรายอาจจะจำเป็นต้องได้รับในปริมาณที่สูงขึ้น อย่างผู้ที่มีอาการเป็นหวัด โรคภูมิแพ้ และร่างกายอ่อนแอ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000-2,000 มิลลิกรัม
ผู้ที่อยู่ท่ามกลางมลภาวะที่เป็นพิษ และต้องอยู่กับความเครียด เช่น การทำงานหนัก ต้องใช้ความคิดมากๆ ควรได้รับวิตามินซีวันละ 1,000 มิลลิกรัม ขณะเดียวกันคนที่ต้องการดูแลและบำรุงสุขภาพให้สมบูรณ์แข็งแรง มีภูมิต้านทานโรค ควรได้รับวิตามันซีวันละ 1,000 มิลลิกรัมขึ้นไปกินวิตามินตอนไหนดี.

Comments Off

Filed under Uncategorized

ลดต้นขาใหญ่ การมีต้นขาใหญ่คงเป็นปัญหามากสำหรับใครหลายๆคน

ลดต้นขาใหญ่ การมีต้นขาใหญ่คงเป็นปัญหามากสำหรับใครหลายๆคน เลยใช่มั้ยล่ะ โดยเฉพาะพวกสาวๆ (จะบอกว่าเราก็เป็นหนึ่งในนั้นเหมือนกันแหละ – -^ อานะ) ใส่อะไรแล้วก็ไม่สวย ลดต้นขาใหญ่.

ลดต้นขาใหญ่

ลดต้นขาใหญ่ แล้วการลดต้นขายังขึ้นชื่อว่าเป็นส่วนที่ลดยากที่สุดในร่างกาย (ถ้าไม่เชื่อก็สามารถพิสูจน์ได้)ลดต้นขาใหญ่

พอดีวันนี้ไปเจอวิธีลดต้นขามาจากในเว็บก็เลยเอามาฝากกันค่ะ

วิธีนี้เป็นวิธีง่ายๆไม่มีอะไรมากมาย แต่จะแนะนำอย่างนึงคือถ้าคิดจะทำแล้วก็ให้ทำอย่างสม่ำเสมอและทำต่อไปเรื่อยๆจนกว่าจะเห็นผลเพราะกว่าขาจะเล็กก็หลายเดือนเลยล่ะนะ(อย่าเพิ่งท้อกันนะ) พอเห็นผลแล้วก็ต้องทำต่อไปอีก(ถ้าไม่อยากได้ขาใหญ่ๆกลับคืน)

วิธีลดต้นขาก็ง่ายๆ คือลดต้นขาใหญ่

1. นอนหงายกับพื้น หาหมอนรองก้นไว้กันเจ็บ
2. ยกขาทั้งสองขึ้น เหยียดให้ตรง ค้างไว้ 2 นาที
3. ยังยกขาอยู่ แยกขาออกจากกัน แล้วหุบขาชิด ทำไปมา 20 ครั้ง
4. ปั่นจักรยานกลางอากาศสัก 100 ครั้ง(เค้าว่ากันว่ายิ่งเร็วยิ่งดี+ยิ่งมากก็ยิ่งดีด้วย)
5. เปลี่ยนท่า นั่งกับพื้น เหยียดขา จากนั้นตีขาไปมากับพื้น 100 ครั้งลดต้นขาใหญ่.

Comments Off

Filed under Uncategorized

วิธีลดไขมันหน้าท้อง สาวใหญ่ สาวรุ่นไหนๆก็คงต้องเจอกับปัญหาไขมันหน้าท้อง ท้องป่อง

วิธีลดไขมันหน้าท้อง สาวใหญ่ สาวรุ่นไหนๆก็คงต้องเจอกับปัญหาไขมันหน้าท้อง ท้องป่อง พุงยื่น มีหวงยางอยู่ตลอดเวลา เห็นบางคนเขาน้ำหนักเยอะขนาดไหน เขาก็ยังลดน้ำหนัก ลดพุงได้สำเร็จ อยากเป็นเหมือนเขาบาง แต่พฤติกรรมการกิน การออกกำลังกาย และการใช้ชีวิตของเราก็ยังเหมือนเดิม แล้วจะผอมได้อย่างไงกัน แต่ถ้าเรามั่วแต่อยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรเพื่อตัวเองซักอย่าง น้ำหนักและพุงน้อยๆของเราจะลดได้ไหมละค่ะ คงไม่อะนะ…. ฉะนั้นคนเราต้องมีฝัน ต้องมีความเชื่อ เชื่อว่าเราทำได้ ลองเริ่มต้นทำสิ่งดีๆเพื่อตัวเอง รับรองได้ว่ามันไม่ยากเกินความพยายามของเราหรอกค่ะ จากฝันเล็กๆของเรา ที่เราจะอยากผอม อยากจะหุ่นสวย อยากให้เอวบางร่างน้อย มันอาจจะกล้ายเป็นฝัน เป็นแรงบัลดาลใจที่ยิ่งใหญ่ที่เราสามารถสานฝันสิ่งต่างๆมากมายได้ต่อไปนะค่ะ หมดเวลาของห่วงยาง อำลาพุงกันได้เลย  วิธีลดไขมันหน้าท้อง.

วิธีลดไขมันหน้าท้อง

วิธีลดไขมันหน้าท้อง ลดพุง

ปัญหาการเกิดพุง ไขมันหน้าท้อง

1. เกิดจากการพฤติกรรมการรับประทาน ที่ทานแต่อาหารประเภท แป้ง ไขมัน ของทอดต่างๆ

2. การนอนดึก พักผ่อนไม่เพียงพอ ทำให้ในร่างกายของเรานั้นมีฮอร์โมนที่แปรปรวน กระตุ้นฮอร์โมนเกรลิน(Ghrelin) ต่อมความหิว ให้รู้สึกหิวบ่อยๆ เราจึงต้องหาอาหารทานตอนดึกเป็นสาเหตุทำให้อ้วนและเกิดพุงง่าย การนอนแต่หัวค่ำ ควรจะเข้านอนก่อน 4 ทุ่ม เพื่อให้ไม่เกิดการแปรปรวนของฮอร์โมน และยังทำให้ร่างกายสามารถเผาผลาญพลังงานออกมาขณะที่เรานอนอยู่ การนอนอย่างน้อยเราควรน้อยไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมงขึ้นไป

3. การออกไปปาร์ตี้ สังสรรค์ ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้อ้วนและมีพุงได้เหมือนกัน เพราะในแอลกอฮอล์ เหล้า เบียร์ กับแกล้มทั้งหลาย ก็ล้วนแต่มีแคลอรี่กันทั้งนั้น เรามาดูกันว่าเครื่องดื่มแต่ละชนิดมีแคลอรี่ที่จะสามารถทำให้เกิดพุงได้อย่างไร
– ไวน์แดง 1 แก้ว = 80 kcal
– ไวน์ขาว 1 แก้ว = 80 kcal
– สาเกญี่ปุ่น 100 ml = 105 kcal
– เบียร์สดแก้วขนาด 100 ml = 42 kcal
– เบียร์กระป๋อง 350 ml = 144 kcal
– วิสกี้ 1 แก้ว 30 ml = 65 kcal
– มาร์ตินี่ 1 แก้ว = 161 kcal
– จิน-โทนิก 1 แก้ว = 168 kcal

ยิ่งถ้าเราดื่มแอลกอฮอล์เหล่านี้เข้าไปพร้อมกับทานกับแกล้มไปด้วยละก็ คงจะเพิ่มปริมาณพลังงานแคลอรี่ให้สูงยิ่งกว่าเดิม

4. เกิดการกรรมพันธุ์ พันธุกรรม ที่ได้รับจากบิดา มารดา ทำให้อ้วนง่าย เกิดพุงง่าย

ลดพุง

วิธีการลดพุง สลายไขมันหน้าท้อง

1. ตื่นเช้ามา เราควรดื่มน้ำสะอาดอุณหภูมิห้อง 2 แก้ว เพื่อเป็นการปรับสภาพร่างกายภายในของเรา

2. ดีท็อกซ์ลำไส้ เพื่อขับของเสียที่ตกค้างอยู่ในลำไส้ ตับ ม้าม และกระเพราะอาหารออกจากร่างกาย จะทำให้ร่างกายของเราสามารถดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์เข้าสู่ร่างกายได้มากยิ่งขึ้น การที่ของเสียยังตกค้างอยู่ในร่างกายของเราเป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เกิดพุง การขจัดสิ่งตกค้างด้วยวิธีการดีท็อกซ์ เป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยเร่งการกำจัดของเสีย เราจะมีวิธีการดีท็อกซ์ลำไส้ ดังนี้

– สูตรดีท็อกซ์ลำไส้ สูตรแรก ดีท็อกซ์ด้วยเม็ดแมงลัก 2 ช้อนโต๊ะ + ผสมกับน้ำร้อนหรือน้ำอุ่น 1 แก้ว รอให้เม็ดแมงลักพองตัว แล้วจึงดื่ม เราสามารถเลือกดื่มช่วงเช้า หรือช่วงดึกก่อนนอนก็ได้ สูตรนี้ดีตรงที่ เม็ดแมงลัก จะไปลากเอาของเสียที่ติดอยู่ตามลำไส้ ออกมาพร้อมกับการถ่ายของเสียของเรา รับรองว่าลำไส้สะอาดแน่ๆจ้า

– สูตรดีท็อกซ์ลำไส้ สูตรที่สอง มะนาว 1 ลูก + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา + โยเกิร์ตรสธรรมชาติ fat 0% ครึ่งถ้วย + นมสดรสจืด fat 0% ขนาด 180 มล. หรือ 200 มล. ครึ่งกล่อง นำส่วนผสมทั้งหมดมารวมกันแล้วคนให้เข้ากัน ดื่มทันทีให้หมดแก้ว สูตรจะช่วยในการกำจัดของเสียออกจากร่างกาย แถมยังช่วยให้ผิวพรรณเราดีขึ้นด้วยประโยชน์จาก โยเกิร์ตและนม

– สูตรดีท็อกซ์ลำไส้ สูตรที่สาม มะนาว 1 ลูก + โซดา 1 ขวด + น้ำผึ้ง 1 ช้อนชา นำส่วนผสมทั้งหมดมารวมกันแล้วคนให้เข้ากัน ดื่มทันทีให้หมดแก้ว ถือเป็นอีกสูตรหนึ่งที่จะช่วยในการกำจัดของเสียออกจากร่างกายได้อย่างง่ายดาย

การทำดีท็อกซ์ลำไส้ เราต้องทำเป็นประจำ สัปดาห์ละ 3-4 ครั้ง เพื่อให้ร่างกายนั้นปรับสภาพภายในของเรา และมีการขับถ่ายที่ดีสม่ำเสมอ รับรองได้ว่าพุงของเรา จะหายไปจากวงโคจรเลยทีเดียว

3. การดื่มน้ำอุ่น หรือชาสมุนไพร เป็นอีกหนึ่งตัวช่วย ที่จะทำให้พุงของเรานั้นหายไป การดื่มน้ำอุ่น หรือชาสมุนไพร นั้นจะช่วยเร่งการเผาผลาญอาหารที่เรารับประทานเข้าไป ช่วยทำความสะอาดอวัยวะภายใน สำหรับตัวชาชนิดต่างๆ โดยเฉพาะชาเขียว จะมีสาร EGCG ที่จะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญไขมันในร่างกายของเราให้ออกมา สำหรับใครที่ชอบทานน้ำเย็น ควรหันมาทานน้ำอุ่น หรือชาสมุนไพรได้แล้วนะจ๊ะ จะได้ไม่มีพุง

4. การออกกำลังกาย เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับการลดพุงเลยทีเดียว เพราะมันจะทำให้หน้าท้องของคุณนั้นแบนเรียบ เฟิร์มขึ้น กระชับขึ้น การออกกำลังกายนั้น จะเปลี่ยนไขมันที่สะสมอยู่ตามท้องของคุณให้เป็นกล้ามเนื้อ ซิกแพค

5. การควบคุมอาหาร สำคัญมากๆ เพราะการที่เราพยายามจะเอาไขมัน สิ่งสกปรกต่างๆออกจากร่างกายนั้นมันยุ่งยากจริงๆ และเราไม่ควรจะเพิ่มปริมาณไขมัน ของเสียต่างๆให้กับร่างกายอีก เช่นพวกแป้ง ของทอด ของมัน ของหวาน ต่างๆ สิ่งเหล่านี้จะทำให้เกิดพุงได้ง่ายๆ อีกอย่างทำให้คุณถ่ายยากอีกด้วย ฉะนั้นเราควรหันมารับประทานอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย อาหารที่ย่อยง่าย อาหารไฟเบอร์สูง เช่น

ผลไม้ – ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและมีไฟเบอร์สูง ได้แก่ แอปเปิ้ล มะละกอ กีวี สตรอเบอร์รี่ อโวคาโด ราสป์เปบร์รี่วิธีลดไขมันหน้าท้อง
ผัก – ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและมีไฟเบอร์สูง ได้แก่ บล็อกโคลี่ มะเขือเทศ ผักโขม แครอต ผักสลัด ผักคะน้า
ธัญพืช – ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและมีไฟเบอร์สูง ได้แก่ ข้าวกล้อง ข้าวโอ๊ต คอร์นเฟล็ก พาสต้า
ถั่ว – ที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายและมีไฟเบอร์สูง ได้แก่ ถั่วแดง ถั่วเขียว ถั่วลันเตา ถั่วลิสง เมล็ดทานตะวัน เมล็ดผักทอง อัลมอนด์ พิสตาฃโอ เฮเซลนัด

6. การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ นอนอย่างน้อยไม่ต่ำกว่าวันละ 6 ชั่วโมงขึ้นไป เพื่อให้ร่างกายไปเผาผลาญพลังงานที่อยู่ในร่างกายวิธีลดไขมันหน้าท้อง.

 

 

 

Comments Off

Filed under Uncategorized

ลดขาใหญ่ มั่นใจเกินล้านเปอร์เซ็นต์ว่า การที่ผู้หญิงขาใหญ่เซลลูไลท์ตรึม

ลดขาใหญ่ มั่นใจเกินล้านเปอร์เซ็นต์ว่า การที่ผู้หญิงขาใหญ่เซลลูไลท์ตรึม ทำให้ผู้หญิงขาดความมั่นใจ บั่นทอนความเชื่อมั่น จะออกไปข้างนอกที คว้าแต่กางเกงขายาว กระโปรงยาวแทบคลุมตาตุ่มมาใส่ลดขาใหญ่.

ลดขาใหญ่
ลดขาใหญ่ ในใจก็ย้าก อยาก จะนุ่งสั้นจุ๊ดจู๋ ใส่เลกกิ้ง สกินนี่ฟิตเปรี๊ยะ แอบเซ็กซี่เล็กๆ เอ็กซ์หน่อยๆ บริหารเสน่ห์สไตล์ผู้หญิง แต่เพราะไอ้เจ้าขาหมูยวบๆ ของเรานี่แหล่ะ แถมด่างๆ ดำ ๆ เพราะรอยยุงกัด น่องแตกลายงา พาลให้อยากเก็บขาไว้มิให้ใครเห็น

งั้นเราลองมาดู วิธีลดขจัดปัญหาขาใหญ่ นี้ให้หมดไปกันดีกว่าจ้า เอ้า ไปดูกันเล้ยย
วิธีแรก->หมั่นสครับผิวขา

การขัดผิวเป็นอีกหนึ่งที่ทำให้เรามีท่อนขาที่ปราศจากควาหมองคล้ำ สลายรอยดำจากยุงกัด แมวข่วน เป็นวิธีหนึ่งที่ผู้หญิงนิยมกันเป็นอย่างมาก

การขัดผิว หรือ Exfoliating คือ การขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไปจากผิวของเรา ซึ่งเป็นผิวชั้นนอกและเผยเซลล์ผิวรุ่นใหม่ที่แข็งแรงกว่ามาแทนที่ ทำให้ผิวของเราดูสดใสและมีชีวิตชีวา ดังนั้นการขัดผิว ก็เหมือนการเผยผิวที่กระจ่างใสของเราที่โดนเซลล์ผิวเก่าของเราปิดบังซ่อนเอาไว้อยู่นั้นเอง

การขัดผิวนั้นสามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะฟองน้ำ ครีม ใยบวม หินขัด หรือแม้กระทั่งผ้าเช็ดตัวก็สามารถนำมาใช้ได้ แต่การขัดผิวที่ดีนั่นควรทำอย่างนิ่มนวล และไม่ทำบ่อยจนเกินไป เพราะจำทำให้ผิวอ่อนไหวและไม่สามารถทนแดด และจะทำให้แห้งกร้านได้ง่าย ปกติผิวของคนเราจะมีการผลิตเซลล์ผิวทุก 2-4 สัปดาห์ หากอายุเรามากกว่า 20 ปี ขึ้นไปแล้วการผลัดเซลล์ผิวก็จะช้าลงไปเรื่อยๆ แต่การขัดผิวจะช่วยในการผลัดเซลล์ผิวทำได้ดีขึ้น ทำให้ผิวขาวกระจ่างใส

การขัดผิวนั้นไม่ควรทำมากจนเกินไป เพราะนอกจากไม่เกิดประโยชน์แล้ว ยังอาจจะทำลายผิวของตัวเราเองอีกด้วย การขัดผิวหน้าควรทำอยู่ที่สัปดาห์ละไม่กิน 2 ครั้ง และไม่ควรทำติดกันอาจจะเว้น 3-4 วัน หรือทำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง จะเหมาะสมที่สุด ควรทำการขัดเป็นวงกลมเบาๆ หลังขัดควรหามอยส์เจอไรเซอร์มาเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวด้วยจ้า แค่นี้ก็มีผิวขาที่ขาวใสนวลเนียนแล้วนิ!
วิธีสอง-> เซลลูไลท์จ๋าลาก่อน

เซลลูไลท์ (Cellulite) หมายถึง เซลล์ก้อนไขมันที่มีขนาดใหญ่ อยู่ใต้ผิวหนังที่อัดกันอยู่อย่างหนาแน่นซึ่งจะนูนขึ้นมาที่บริเวณผิวหนังจะเป็นตะปุ่มตะป่ำ บริเวณนี้เรียกว่า เซลลูไลท์ หรือเรียกว่าผิวเปลือกส้ม ไขมันนี้จะพบได้ทั้งในคนผอมและคนอ้วน โดยพบในเพศหญิงมากกกว่าเพศชายซึ่งร่างกายจะสามารถสะสมได้ที่บริเวณท้องแขน หน้าท้อง ต้นขา และสะโพก

งั้น เราเรารีบมาโบกมือบ้ายบายมันกันเถอะ

เพราะการนวดก็เป็นอีกวิธีลดต้นขา ไล่เจ้าเซลลูไลท์ ไป ไป๊ ชิ้ว ชิ้ว การนวดที่ทำให้ต้นขานั้นเล็กลง โดยให้นวดเป็นวงเบาๆ ไปให้ทั่วบริเวณขาของคุณเป็นเวลา 10-20 นาทีทุกวัน เพียงเท่านี้ก็จะสามารถทำให้ต้นขาของคุณเล็กลงได้

แม้เราจะเห็นความแตกต่างของต้นขาที่ลดลงได้ไม่เท่าการออกกำลังกายเฉพาะส่วน แต่การนวดลดต้นขาก็เป็นวิธีการช่วยเสริมวิธีการออกกำลังกายในเบื้องต้นนั่นเอง และข้อดีนอกเหนือจากการได้ลดลงของต้นขาแล้ว การนวดต้นขายังสามารถทำให้เซลลูไลท์บริเวณต้นขานั้นน้อยลงด้วย เนื่องจากการนวดนั้นเป็นการขับไล่สารพิษออกจากร่างกาย จึงส่งผลให้เซลลูไลท์นั้นมีขนาดเล็กลงไปได้นะฮะ

อ๊ะ! ยังไม่หมด หรืออีกสารพัดวิธีในการลดเซลลูไลท์ คือ ลดการบริโภคไขมันและน้ำตาล ดื่มน้ำให้เพียงพอกับร่างกายต้องการประมาณวันละ 8 แก้ว หรือการใช้วิธีดีท็อกซ์ ทั้งอบไอน้ำ ซาวน่าลดขาใหญ่

หรือวิธีสุดท้าย หันมากินอาหาร Raw Food หรือใช้วิธี Detox Liquid Diet คือ ดื่มแต่น้ำผักน้ำผลไม้ ซุปใส ชาสมุนไพร โดยไม่กินอะไรเลย เพื่อให้ร่างกายขับถ่ายของเสีย ทำให้ไขมันลดลงแล้วเซลลูไลต์จะน้อยลงไปด้วยเช่นกัน แต่ถ้าหากกลับมากินตามปกติเซลลูไลต์ก็จะกลับมาเหมือนเดิมด้วยเช่นกัน
วิธีสาม->กระโดดเชือก

หูยย ว่ากันว่า… การกระโดดเชือกติดต่อกัน 15 นาที เทียบเท่าได้กับการวิ่งจ๊อกกิ้งนานถึง 30 นาทีเลยทีเดียวนะ นอกจากนี้เหล่าเทรนเนอร์ของดาราฮอลลีวูดทั้งหลาย ก็แนะนำให้ดาราสาวที่อวบอั๋นเกินไป รีบฟิตหุ่นให้ทันเปิดกล้องหนังเรื่องต่อไป ด้วยการกระโดดเชือกทุกเช้าและเย็น เพื่อเร่งกระบวนการเผาผลาญไขมันและกระชับสัดส่วนแขนขาให้แน่นสวยไม่หย่อนยานอีกด้วย

วิธีลดน่องโดยการกระโดดเชือกด้วยเทคนิคที่ถูกต้อง จะช่วยลดแรงกระแทกลงได้มาก ไม่เกิดอันตรายต่อเข่า หรือทำให้เข่าเสื่อม เข่าพัง อย่างที่หลายคนเคยได้ยินกันมา วิธีลดน่องโดยการกระโดดเชือกที่ถูกวิธี จะกระโดดเพียงแค่ต่ำๆ สูงจากพื้นไม่เกิน 1-2 นิ้ว โดยที่จะใช้ข้อเท้า กล้ามเนื้อน่อง รวมถึงการงอเข่าเล็กน้อย ช่วยในการดูดซับแรงกระแทกลงได้อีกส่วนหนึ่ง ซึ่งแรงกระแทกที่เกิดขึ้นยังน้อยกว่าการวิ่งอีกด้วย การกระโดดแบบผิดๆ ด้วยการกระโดดสูงเกินไปต่างหาก ที่มีโอกาสทำให้เข่าพังได้ จากแรงกระแทกที่สูงเกินไป

วิธีลดน่องโดยการกระโดดเชือกให้ถูกวิธี เริ่มต้นด้วยการเลือกเชือกที่นำมาใช้กระโดด ควรซื้อเชือกแบบ Speed Rope คือ เชือกกระโดดที่ทำจากพลาสติก PVC เส้นเล็กๆ ควรหลีกเลี่ยงเชือกที่เป็นผ้าและเชือกที่มีการถ่วงน้ำหนัก ทั้งแบบที่เป็นท่อยางใหญ่ๆ หนักๆ และแบบที่ถ่วงน้ำหนักที่ด้ามจับ ต่อมาให้ปรับความยาวเชือกให้พอดีกับส่วนสูงของเรา โดยการยืนเหยียบกึ่งกลางเชือก ดึงเชือกขึ้นมาจนตึง ความยาวของเชือกที่เหมาะสม ปลายด้ามจับจะต้องเสมอกับรักแร้พอดี

ดังนั้นจึงต้องเลือกเชือกที่ยาวๆ ไว้ก่อน เพราะสามารถปรับให้สั้นลงได้ โดยเฉพาะแบบที่ด้ามจับเป็นพลาสติก มักจะปรับความยาวเชือกจากด้ามได้ แต่ถ้าด้ามเป็นไม้ถึงจะปรับไม่ได้ ก็ยังสามารถผูกปมด้านที่ใกล้กับด้ามจับให้เชือกสั้นลงได้ แต่ถ้าเชือกที่ซื้อมาสั้นเกินไป จะไม่สามารถแก้ไขอะไรได้เลย นอกจากซื้อเส้นใหม่ที่ยาวกว่าเดิม
วิธีสี่->ออกกำลังกายย่อเข่า

การออกกำลังกายโดยการย่อเข่าไปข้างหน้า วิธีนี้สามารถช่วยในการกำจัดไขมันและช่วยกระชับกล้ามเนื้อต้นขาและลดต้นขาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากคล้ายๆ กับการออกกำลังกายลุกนั่ง

วิธีการคือ ยืนแยกขาออก ให้ระหว่างขากว้างระยะประมาณหัวไหล่ทั้งสองข้างของเรา แล้วก้าวไปข้างหน้าด้วยเท้าหนึ่งข้างแล้วโยกตัวย่อเข่าลงไปข้างหน้าประมาณ 90 องศา ย่อตัวลงให้หัวเข่าขาหลังอยู่ห่างจากพื้นประมาณ 1 นิ้ว

พยายามให้หลังและคอเหยียดตรงตลอดเวลา ทิ้งน้ำหนักไปข้างหน้าไปที่ส้นเท้าและหัวเข่า อาจใช้วิธียกลูกเหล็กขนาด 5-10 ปอนด์ตรงด้านข้างลำตัว ระหว่างออกกำลังกายในท่านี้ไปด้วยก็ได้ บริหารต้นขาทั้งสองข้างด้วยท่านี้ประมาณข้างละ 30 ครั้ง พักแล้วเริ่มทำใหม่ลดขาใหญ่

อ้อ! สำหรับสาวๆ ที่ชอบเดิน นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีลดต้นขาที่ดีอีกวิธีหนึ่ง เนื่องจากการทำงานของกล้ามเนื้อจากการเดินนั้นทำให้กล้ามเนื้อแข็งแกร่งขึ้น เมื่อกล้ามเนื้อแข็งแรงขึ้นจึงทำให้ไขมันบริเวณนั้นถูกเผาผลาญได้อย่างดี จึงทำให้ต้นขาของเราเล็กลง และดูสวยงามยิ่งขึ้น
วิธีสุดท้าย-> ขึ้น-ลงบันได

ลองสวมรองเท้าส้นสูงแล้วเดินขึ้นลงบันไดดูซิ นี่ก็เป็นอีกหนึ่งวิธีในการลดน่องโต ทำขาเรียวสวยเซ็กซี่ได้นะ!

แม่เจ้า! การขึ้นบันไดสามารถเผาผลาญพลังงานได้ถึง 8-11 กิโลแคลอรี่ต่อนาทีซึ่งถือว่าสูงเมื่อเทียบกับการออกกำลังกายทั่วไป ส่วนการลงบันไดจะใช้พลังงานประมาณ 1 ใน 3 ของการขึ้นบันได การเดินขึ้นบันได เป็นการออกกำลังกายขณะทำงานรูปแบบหนึ่ง เป็นที่นิยมมากในต่างประเทศถึงขนาดมีการแข่งขันการเดินขึ้นบันไดเป็นประจำทุกปี เป็นกิจกรรมที่สามารถทำได้เป็นประจำทุกวัน ทำได้ง่าย สะดวกทุกที่ ทุกเวลา

ทว่าการเดินขึ้นบันไดเป็นการออกกำลังแบบ aerobic หัวใจจะแข็งแรง ทำให้กล้ามเนื้อต้นขา น่อง และก้นแข็งแรง กระชับ แถมอาการปวดข้อน้อยกว่าการวิ่ง

ว้าว! ยังมีรายงานอีกด้วยว่า การขึ้นบันไดเฉลี่ยวันละ 2 ชั้นสามารถลดน้ำหนักได้ 2.7 กิโลกรัมในเวลา 1 ปี และมีหลักฐานยืนยันว่าการเดินขึ้นลงบันไดสามารถเพิ่มความหนาแน่นของกระดูกได้ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน อีกทั้งสามารถลดปริมาณไขมันในร่างกาย และเพิ่มปริมาณ High-density lipoprotein (HDL) ซึ่งเป็นไขมันชนิดดีได้

สำหรับคุณผู้หญิงที่ไม่ได้ออกกำลังกายเป็นประจำ ควรเริ่มขึ้นบันไดเพียง 1 ชั้นก่อน สลับกับเดินพื้นราบ ขณะเดินควรเริ่มด้วยการเกาะราวบันได เมื่อท่านเดินได้คล่องจึงปล่อยมือจากราวได้ ถ้าไม่มีอาการผิดปกติ จึงค่อยๆ เพิ่มจำนวนชั้นอย่างช้าๆ คือ 1-2 ชั้นต่อสัปดาห์ลดขาใหญ่.

 

Comments Off

Filed under Uncategorized

ลดสะโพก ต้นขา สัดส่วนโค้งเว้าของคุณสาวๆ

ลดสะโพก ต้นขา สัดส่วนโค้งเว้าของคุณสาวๆ ตั้งแต่สะโพกลงมาจนกระทั่งถึงต้นขา เป็นเสน่ห์ที่ช่วยทำให้คุณสาวๆ สามารถสวมใส่กระโปรง หรือกางเกงขนาดพอดีตัว เอวสูงชวนให้คนที่มองเห็นเกิดความหลงใหลได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับคุณสาวๆที่ไม่มีความมั่นใจในเอวและต้นขาของตัวเอง จนเวลาที่ออกไปทำการช็อปปิ้งซื้อเสื้อผ้าต้องคอยสะกิดกระซิบบอกกับคนขายอยู่เสมอว่าขอกางเกงไซต์ที่ใหญ่กว่าเอวหนึ่งนิ้ว และอยากจะลดต้นขา สะโพกให้ดูดีสมส่วนอย่างได้ผลแล้วล่ะก็ อยากจะให้ลองปฏิบัติตามคำแนะนำในบทความชิ้นนี้ดูกันเลยลดสะโพก ต้นขา.

ลดสะโพก ต้นขา

ลดสะโพก ต้นขา วิธีลดต้นขา สะโพกอย่างไรให้ได้ผล
วิธีการลดต้นขา สะโพกที่ได้ผลมากที่สุด คือ การออกกำลังกาย ควบคู่ไปกับควบคุมอาหารอย่างเหมาะสม ซึ่งถ้าหากคุณสาวๆสามารถปฏิบัติตามคำแนะนำดังต่อไปนี้ได้แล้วล่ะก็ รับรองว่าในระยะเวลาเพียงแค่ 1-2 เดือน ความฝันที่อยากจะลดต้นขา สะโพกให้ดูดีสมส่วน จะไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินเอื้อมอีกต่อไป
การควบคุมอาหาร
1.งดหรือทานอาหารประเภทแป้งให้น้อยที่สุด โดยเริ่มต้นจากการงดอาหารประเภทแป้งอย่างน้อย 2 วัน ต่อสัปดาห์ ซึ่งจะช่วยทำให้คุณสามารถลดต้นขา สะโพก และน้ำหนักตัวโดยรวมให้น้อยลงได้อย่างรวดเร็วเลยทีเดียว
2.งดน้ำอัดลม หรือน้ำผลไม้สำเร็จรูปโดยเด็ดขาด เนื่องจากมีปริมาณของน้ำตาลที่มาก ถ้าหากต้องการดื่มน้ำผลไม้ ก็ควรที่จะทำการคั้นสดด้วยตัวเอง
3.งดทานอาหารหลัง 18.00 น. ในกรณีที่หิวให้ทำการดื่มนม หรือน้ำเปล่า แต่ถ้าหากหิวมากจนทนไม่ไหว ก็ให้ลองทานแอปเปิ้ลเขียว ซึ่งมีใยอาหารปริมาณมากจะสามารถช่วยบรรเทาความหิวของคุณสาวๆได้เป็นอย่างดี
4.งดขนมจุกจิก ควรรับประทานอาหารเป็นมื้อ เช้า-เที่ยง-เย็น โดยพยายามทานมื้อเย็นในปริมาณน้อยๆ
การออกกำลังกายลดสะโพก ต้นขา
สำหรับการออกกำลังกายเพื่อลดต้นขา สะโพก อย่างน้อยควรทำ 3-4 วัน ต่อสัปดาห์ โดยเน้นหนักไปที่การออกกำลังช่วงล่างของร่างกาย โดยสามารถทำการออกกำลังกายเพื่อลดต้นขา สะโพก ได้หลากหลายกิจกรรมขึ้นอยู่กับความชื่นชอบ หรือความถนัดของคุณสาวๆ ดังต่อไปนี้
1.การออกกำลังกายในฟิสเนส โดยการปั่นจักรยานเร็ว เป็นระยะเวลา 30 นาที, วิ่งบนลู่วิ่ง 30 นาที, เครื่องเล่นสำหรับการเหยียบขึ้นลง 30 นาที เป็นต้น
2.ว่ายน้ำ ซึ่งเป็นการช่วยออกกำลังกายร่างกายทุกส่วนได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะการลดต้นขา สะโพก โดยอย่างน้อยควรทำการว่ายน้ำเป็นเวลา 30 นาที
3.ปั่นจักรยานอาการ ควรทำให้เป็นประจำต่อเนื่องทุกวัน อย่างน้อยวันละ 100 ครั้งลดสะโพก ต้นขา
4.โยคะ โดยการเน้นท่าที่ช่วยบริหารช่วงล่าง เช่น ท่ายืนภูเขา, ท่าดวงดาว, ท่าเครื่องบิน, ท่าสุนัขก้มหน้าแยกขา, ท่ายืนก้มตัว, ท่าตรีโกณ, ท่ากิ่งไม้, ท่าต้นตาล เป็นต้น
วิธีการลดต้นขา สะโพกที่ได้ทำการแนะนำไปนี้ นอกจากจะช่วยลดต้นขา สะโพกได้อย่างที่คุณสาวๆต้องการโดยใช้ระยะเวลาไม่นานแล้ว ยังช่วยทำให้ต้นขาและสะโพกมีความกระชับเต่งตึงมากขึ้น ลดปัญหาการเกิดผิวเปลือกส้มให้น้อยลงอีกด้วยลดสะโพก ต้นขา.

 

 

Comments Off

Filed under Uncategorized

อาหารลดหน้าท้อง อยากมีเอวเล็กๆเป็นความฝันของสาวๆทุกคน

อาหารลดหน้าท้อง อยากมีเอวเล็กๆเป็นความฝันของสาวๆทุกคน รวมทั้งผู้ชายด้วย วันนี้เรามีวิธีลดหน้าท้องลดพุงแบบเร่งด่วนมาเสนอให้ทุกคน กับท่าบริหารลดพุงสำหรับผู้ชาย แล้วผู้หญิง พร้อมทั้งเคล็ดลับที่จะช่วยลดพุงได้เร็วขึ้นด้วย อาหารลดหน้าท้อง.

อาหารลดหน้าท้อง

อาหารลดหน้าท้อง 4 เคล็ดลับการลดหน้าท้องที่สามารถทำควบคู่กันไปได้

1 . หลังรับประทานอาหารยืนครึ่งชั่วโมงอาหารลดหน้าท้อง

หลังรับประทานอาหารเสร็จเราก็รีบนั่งลง จะทำให้ไขมันของหน้าท้องเพิ่มขึ้นและกลายเป็นพุงออกมา ดังนั้นหลังรับประทานอาหารเสร็จยืนครึ่งชั่วโมง จะสามารถลดการสะสมไขมันได้ ถ้าเรายืนกับผนัง ก็จะสามารถลดหน้าท้องและส่วนอื่นได้

2. นวดหน้าท้องในเวลาอาบน้ำ

ในเวลาอาบน้ำ สองมือวางไว้บนสะดือแล้วเขียนวงกลมตามทิศทางของนาฬิกา เวลาเริ่มนวดให้นวดแรงหน่อย จากขวาไปซ้าย เมื่อนวดใกล้ทางซ้ายควรนวดช้าลง แล้วค่อยๆนวดเบาลง ทำท่าทางนี้หลายครั้งเป็นเวลา 1 นาที

3. เล่นฮูลาฮูกอาหารลดหน้าท้อง

การเล่นฮูลาฮูกจะสามารถเผาผลาญแคลอรี่มากมาย และส่งเสริมการเผาผลาญไขมันได้ เวลาเล่นฮูลาฮูไม่ควรจะเร็วเกินไป จำนวนครั้งตามสภาพร่างกายของแต่ละคน

4 . ลดหน้าท้องด้วยการรับประทานอาหาร

น้ำเปล่า น้ำมะนาวและอื่น ๆ ต่างก็เป็นเครื่องดื่มที่มีประโยชน์มากสำหรับการขจัดสารพิษในร่างกายของเรา จะสามารถช่วยลดการสะสมไขมันของหน้าท้องได้อาหารลดหน้าท้อง.

 

 

 

Comments Off

Filed under Uncategorized

วิธีรักษาสิวผด ด้วยการใช้ยา

วิธีรักษาสิวผด ด้วยการใช้ยา หากสาวๆ ต้องการใช้ครีมหรือยารักษาสิวผดควรศึกษาหาข้อมูลเกี่ยวกับส่วนประกอบของตัวยานั้นๆ ให้ดีเสียก่อน เนื่องจากในยาหรือครีมบางชนิดอาจมีตัวยาปฏิชีวนะร่วมด้วย วิธีรักษาสิวผด.

วิธีรักษาสิวผด

วิธีรักษาสิวผด ซึ่งมีผลข้างเคียงคือ อาจทำให้ดื้อยาหรือหากพบว่ามีสารสเตียรอยด์เป็นส่วนผสมก็อาจส่งผลให้หลอดเลือดเกิดการขยายตัว ผิวบริเวณดังกล่าวจะยิ่งบอบบาง ง่ายต่อการแพ้ หน้าจะยิ่งแดง สิวเห่อหนักและลุกลามจนกระทั่งรักษาหายยากยิ่งขึ้น

การเลือกใช้ยารักษาสิวผดในสาวผิวมันและผิวธรรมดา

1.ควรเลือกใช้ยาที่มีส่วนผสมจากกรดวิตามิน A (Tretinoin) เพราะมีระดับความเข้มข้นหลายแบบให้เลือกใช้ โดยมีตั้งแต่ประมาณ 0.0125% แบบ 0.025% และคุณยังสามารถเพิ่มตัวยาที่มีระดับมากขึ้นได้อีก 0.05% ทั้งนี้ แล้วแต่สภาพผิวหน้าของคุณว่าใช้ในระดับใดแล้วเหมาะสม

โดยวิธีการใช้นั้นควรทาก่อนเข้านอนค่ะ และยาดังกล่าวอาจจะก่อให้มีอาการระคายเคืองผิวเล็กน้อยอยู่บ้าง สำหรับผลข้างเคียงที่เกิดขึ้นคือ ผิวจะแห้งและไวต่อแสงวิธีรักษาสิวผด

ดังนั้น จึงไม่ควรทาตอนกลางวัน เพราะตัวยาจากครีมจะกระตุ้นให้ผิวเกิดอาการแพ้แดดมากขึ้น

2.ใช้ยารักษาที่มีส่วนผสมจาก Benzoyl Peroxide ซึ่งยาดังกล่าวจะมีระดับความเข้มข้นต่ำอยู่ที่ประมาณ 2.5% โดยใช้ทาบนผิวหน้าก่อนล้างหน้าให้ทั่วแล้วปล่อยทิ้งไว้ 5-20 นาที

ทำเช่นนี้วันละ 1-2 ครั้ง ยาชนิดนี้อาจทำให้ผิวเกิดอาการระคายเคืองเล็กน้อย ผิวจะแห้งและไวต่อแดดเช่นเดียวกัน

3.กรณีสาวๆ ที่ไม่ได้ใช้ยา Benzoyl Peroxide หรือหากใช้แล้วเกิดอาการแพ้ คุณสามารถใช้ครีมหรือใช้แป้งที่มีคุณสมบัติช่วยรักษาสิวโดยมีส่วนผสมจาก Resorcinol ทาผิวหน้าแทนก็ได้

การเลือกใช้ยารักษาสิวผดในสาวผิวแห้ง ผิวผสมและผิวแพ้ง่าย

1.ควรเลือกใช้ยาที่มีส่วนผสมจาก Selenium Sulfide โดยนำมาทาหน้าทิ้งไว้สักครู่แล้วล้างออก คุณสมบัติของมันจะช่วยละลายหัวสิว ไม่ว่าคุณจะมีสิวอุดตันหรือแม้แต่สิวผดก็ตามซึ่งควรใช้วันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น

2.ใช้ยาที่มีส่วนผสมจาก Ketoconazole Cream โดยทาก่อนนอน หากมีสิวผดขึ้นมากร่วมกับมีอาการคันหรือหากสิวผดนั้นเกิดขึ้นมาจากเชื้อยีสต์ด้วยแล้วล่ะก็ การใช้ยาตัวนี้จะรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากกว่าตัวยาชนิดอื่น

3.ใช้ยาที่มีส่วนผสมจาก Zine PCA ยาดังกล่าวเหมาะสมสำหรับสาวๆ ที่มีสิวผดในกรณีที่เกิดจากการแพ้เครื่องสำอาง

นอกเหนือจากนี้ เพื่อการรักษาสิวผดร่วมกับการทายาให้หายรวดเร็วยิ่งขึ้น หากสาวๆ มีสิวผดที่ลุกลามหนักอย่างรุนแรงก็สามารถทานยารักษาสิวไปพร้อมกันด้วยได้วิธีรักษาสิวผด

เช่น ยาแก้อักเสบหรือหากมีอาการคันก็ควรทานยา KETOTOP ร่วมด้วย การรักษาสิวผดก็จะได้มาพร้อมผลลัพธ์อันน่าพึงพอใจมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม การรักษาสิวผดนั้นอาจไม่จำเป็นถึงขั้นต้องทานยาร่วมด้วยเสมอไปก็ได้นะคะ เพราะการใช้ยารักษาสิวไม่ว่าจะเป็นยาทานหรือยาทาล้วนแล้วแต่เป็นการรักษาที่ปลายเหตุทั้งสิ้น

หากเราดูแลผิวไม่ดีพอก็ย่อมเสี่ยงต่อการเกิดสิวผดขึ้นได้เรื่อยๆ อีกอยู่แล้ว จึงย่อมไม่เป็นผลดีแน่นอนหากเราจะอาศัยการใช้ยาเพื่อรักษาที่ปลายเหตุระยะยาวเสมอไป

ดังนั้น หนทางรับมือและป้องกันสิวผดได้ดีที่สุด ง่ายมาก.. เพียงหมั่นพยายามหลีกเลี่ยงแสงแดดซึ่งเป็นตัวการหลักอันทำให้เกิดสิว

หลีกเลี่ยงความเครียด ทำให้ใจผ่อนคลายเบาสบายและเข้านอนเร็ว นอนพักผ่อนให้เพียงพอ กินอาหารที่มีประโยชน์และรักษาความสะอาดใบหน้าทันทีที่กลับมาถึงบ้าน

เพียงเท่านี้ ก็สามารถช่วยรักษาสิวผดให้ทุเลาลงในแบบธรรมชาติได้เองแล้ว และยังสามารถป้องกันการลุกลามของสิวผดได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุดอีกด้วยวิธีรักษาสิวผด.

 

 

 

 

Comments Off

Filed under สิว ริ้วรอย